Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
บ้าน เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้เป็นที่พักอาศัยของบุคคล โดยทั่วไปจะมีผนังและหลังคาที่ป้องกันพื้นที่ภายในบ้านจากความร้อน ความเย็น ลม ฝน และสิ่งอื่นๆ นอกจากนี้ บ้านยังเป็นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยง และสัตว์อื่นๆที่คนในบ้านไม่ต้องการ มีคนจำนวนมากที่ทำงานในแต่ละวันภายในบ้าน แต่ส่วนมากจะออกไปทำงานนอกบ้านและกลับมาบ้านเพื่อใช้เป็นที่นอนหลับพักผ่อนและทำกิจกรรมอื่นๆ
สารบัญ |
[แก้ไข] บ้าน
บ้าน คือ วิมานของเรา การจะสร้างหรือซื้อบ้านสำเร็จรูปสักหลังหนึ่งให้ได้ดังใจ ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย เพราะนอกจากเจ้าของบ้านหรือผู้ซื้อจะต้องคำนึงถึงงบประมาณในกระเป๋าตัวเอง และคอยระวังไม่ให้บานปลาย และตั้งอกตั้งใจเลือกทำเลทื่ตั้งบ้านให้รอบคอบที่สุดแล้ว(โดยพิจารณาจากระยะทางที่ใกล้-ไกลกับสถานที่ทำงานหรือโรงเรียนของลูกหรือพิจารณาจากความปลอดภัยอื่นๆ เช่น ไม่อยู่ในแหล่งที่โจรผู้ร้ายชุกชุม แหล่งที่มีปัญหาน้ำท่วมเสียท่วมขัง หรืออยู่ในย่านที่ที่ดิน อาจจะถูกเวนคืน) ยังคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามมาภายหลังจากที่ได้เข้าอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้แล้วซึ่งค่าใช้จ่ายนี้มักเป็นค่าใช้จ่าย ที่เจ้าของจำเป็นต้องจ่ายเพื่อทำให้บ้านตัวเองเป็นที่พักพิงทั้งใจและกายอย่างแท้จริงดังจะเห็นได้จากเครื่องอำนวยความสะดวก หลายชนิดหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม หลอดไฟฟ้าแสงสว่าง โทรทัศน์ ตู้ เย็น ฯลฯ ที่เจ้าของบ้านมักซื้อเข้าบ้านเพื่อทำให้สิ่งแวดล้อมภายในบ้านมีความน่าสบายตาตามที่ตนเองคาดหวังไว้ และแน่นอนว่าเมื่อมีการใช้เครื่องอำนวยความสะดวกเหล่านี้
สิ่งที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือเจ้าของบ้านจะต้องแบกภาระค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนขนาดและความถี่ ในการใช้เครื่องอำนวยความสุขสบายเหล่านี้ ในขณะที่ประเทศก็จะต้องรับภาระในการจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจากการจัดหาไฟฟ้าและพลังงานเพื่อให้การอยู่อาศัยในบ้านเป็นการอยู่อาศัยที่สุขสบายทั้งกายและใจอีกทั้งเป็นการอยู่อาศัยที่ไม่สร้าง ภาระให้ประเทศชาติในแง่ของการจัดหาพลังงานและผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมหลังจากที่เจ้าของบ้านหรือผู้ซื้อ บ้านสามารถหาทำเลที่ตั้งของบ้านตัวเองให้สามารถรอดพ้นจากปัญหาสิ่งกวนใจดังกล่าวข้างต้นแล้ว ควรจะต้องคำนึงสิ่งต่อไปนี้ด้วย
[แก้ไข] สภาพแวดล้อมกับความสุขสบายภายในบ้าน
ในการก่อสร้างอาคาร สภาพแวดล้อมภายนอกจะเป็นตัวกำหนดการจัดวางผังอาคารและรูปแบบในขณะที่ตัวอาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นตัวสร้างสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ผู้อาศัยที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องสัมผัส ดังนั้น ถ้าจะให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุขสบายจากสภาพแวดล้อมที่ดีภายในอาคารโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์หรือเครื่องอำนวยความสุขชนิดต่างๆ ที่จะทำให้เกิดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบและก่อสร้างอาคาร ควรจะได้คำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อที่จะให้ได้อาคารหรือบ้านที่ผู้อยู่อาศัย สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติมากที่สุด สภาพแวดล้อมภายนอกในที่นี้ได้แก่สภาพทางภูมิศาสตร์ สภาพทางภูมิอากาศประจำท้องถิ่น และสภาพข้างเคียงโดยรอบบริเวณของอาคาร ประกอบด้วยบรรยากาศในบ้าน ที่ว่าง การระบายอากาศ ปริมาณความร้อนภายในบ้าน การให้แสงสว่าง การได้ยิน ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมภายในอาคารจะเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมในบริเวณข้างเคียงโดยรอบอาคารด้วย
[แก้ไข] ทิศทางของบ้าน
ควรเลือกให้ตัวบ้านตั้งอยู่ในทิศทางที่จะใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติการใช้ประโยชน์จากลมประจำฤดู หรือการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ หรือต้นไม้ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่นอกจากนี้การจัดวางตัวบ้านจะสามารถป้องกันปัญหาจะเกิดจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติได้เช่นเดียวกันเช่น กำหนดให้ด้านยาวของตัวบ้านวางตั้งฉากกับทิศเหนือเพื่อเปิดช่องลมได้มาก วางด้านแคบของตัวบ้านหันเข้าหาทิศตะวันออก ทิศตะวันตกซึ่งจะทำให้พื้นที่รับความร้อนน้อยกว่า จัดให้มีช่องเปิดของผนังน้อยที่สุดในด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
[แก้ไข] การจัดพื้นที่ใช้สอย
การจัดพื้นที่ใช้สอยในบ้านนอกจากพิจารณาตามความสะดวกของการใช้ควรพิจารณาจากความถี่และช่วงเวลาของการใช้สอยควบคู่กับทิศทางของลมและแสงแดด ซึ่งการจัดพื้นที่ ใช้สอยเพื่อช่วยประหยัดพลังงานนั้น คุณตรึงใจ บูรณสมภพ (๒๕๓๙) ได้เขียนแนะไว้ดังนี้
รูปทรงของบ้าน
บ้านที่ประหยัดพลังงานควรมีเส้นรอบรูปที่น้อยใช้พื้นที่ใช้สอยเท่าๆกัน สำหรับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย อาคารรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าที่มีสัดส่วนความกว้างยาวที่เหมาะสม อาจประหยัดพลังงานได้มากกว่า โดยด้านแคบของอาคารหันไปทางทิศตะวันออกและตก นอกจากนั้นตัวบ้านควรมีลักษณะโปร่งโล่งกั้นภายในอาคาร แต่น้อยมีหลังคาลาดเอียงเช่น หลังคาจั่ว หลังคาปั้นหยาและหลังคาที่มีชายคายื่นยาวเพื่อบังแดดและกันฝนได้ดีขึ้น
ผนังและหลังคา
จากการที่อุณหภูมิอากาศในเวลากลางวันและกลางคืนไม่เปลี่ยนแปลงมาก วัสดุที่เก็บสะสมความร้อนต่ำหรือฉนวนกับการใช้ผนังโครงสร้างบางเบาจึงเหมาะสม วัสดุที่เป็นกรอบอาคาร เช่น ผนังหลังคา ให้ใช้วัสดุที่มีค่า การถ่ายเทความร้อนต่ำ หรืออาจประกอบด้วยวัสดุหลายชนิดซ้อนกัน หรือเลือกใช้วัสดุที่ไม่ผิวสะท้อนรังสีความร้อนได้ดี และควรใช้วัสดุสีอ่อนทั้งที่หลังคาและที่ผนัง ภายนอกหลังคาควรมีฝ้าเพดาน และระหว่างหลังคากับฝ้าเพดานมีฉนวนกันความร้อนและมีการระบายอากาศใต้หลังคา
หน้าต่าง
ใช้กระจกในหน้าต่างที่สามารถทำที่บังแดดให้กระจกได้เท่านั้น และใช้กระจกที่มีคุณสมบัติในการตัดแสง หรือไม่ดูดซึมความร้อนหรือกระจกเคลือบผิวสะท้อนแสงหรือกระจกสองชั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงเกี่ยวกับการป้องกันความร้อนเข้าทางหน้าต่างมีดังนี้
- มีช่องแสงและหน้าต่างเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
- ในด้านทิศตะวันออกและตะวันตกของอาคาร ใช้แผงบังแดดนอกอาอาคารซึ่งจะกันแดดและความร้อนได้ดีกว่ากระจกตัดแสง หรือม่านและมู่ลี่ในอาคาร
- แผงบังแดดทางตั้งจะใช้ได้ดีกับอาคารด้านทิศเหนือ ตะวันออกและตะวันตก
- แผงบังแดดชนิดทางนอนจะใช้ได้ผลดีกับอาคารด้านทิศใต้
พื้นและวัสดุที่ใช้ปูพื้น
ควรยกพื้นสูงจากพื้นดินเพื่อป้องกันความชื้นจากดินและถ้ายกพื้นใต้ถุนสูงโปร่งโดยไม่ถมดินจะทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น เพราะเกิดลมหมุนเวียนที่ใต้ถุนบ้านและบนบ้าน ทำให้ส่วนอยู่อาศัยเย็นขึ้นสำหรับอาคารใหญ่อาจใช้วิธีถมดินสูงเพื่อหลีกเหลี่ยงความร้อนและความชื้นจากบริเวณโดยรอบ สำหรับวัสดุที่เป็นฉนวน เช่น พรม ไม้ แต่ควรใช้กระเบื้องดินเผา กระเบื้องเคลือบหรือหินอ่อนหินแกรนิต สำหรับพื้นผิวภายนอกอาคารให้หลีกเหลี่ยงวัสดุปูพื้นที่ป็นพื้นแข็งเช่น คอนกรีต ในบริเวณภายนอกอาคาร
ฉนวนกันความร้อน
ฉนวนกันความร้อนเป็นวัสดุที่ทำหน้าที่ต้านทานความร้อนมิให้ผ่านจากอีกด้านหนึ่งของผนังที่เป็นเปลือกอาคารได้สะดวก โดยทั่วไปมีคุณสมบัติ 3 ประเภทคือ
- ประเภทที่ทำหน้าที่เป็นฉนวน มักเป็นวัสดุที่ไม่น้ำหนักเบา มีความหนาแน่นน้อย ประกอบด้วยฟองอากาศเล็กๆ จำนวนมาก
- ประเภทที่มีคุณสมบัติต้านการแผ่รังสีความร้อนหรือสะท้อนรังสีความร้อนกลับมักเป็นวัสดุ
- ประเภทที่มีผิวโลหะมันวาวฉนวนธรรมชาติ ต้นไม้ใบเลื้อยปกคลุมผนัง ไม้เลื้อยบนหลังคาโปร่งหรือวนบนหลังคาเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี
ระแนงที่ปลูกเถาไม้เลื้อยทำให้เกิดลมเย็นที่พัดผ่านความชุมชื้นของใบไม้ระหว่างซอกแผงระแนงกับผนัง ป้องกันแสงแดดและมีคุณสมบัติพิเศษคือ ป้องกันฝุ่นและเก็บเสียง สีทาอาคารภายนอก ควรใช้สีอ่อน เนื่องจากสีอ่อนมีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนที่ดีกว่าสีเข้ม เป็นการลด HEAT GAIN และป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคาร
สีทาภายในอาคาร
ครึ่งหนึ่งของปริมาณความส่องสว่าง ขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายในและสีต่างๆ ของผนังและเครื่องเรือนในอาคาร ควรทาเพดานและผนังห้องด้วยสีอ่อน เช่นสีขาว สีครีม หรือเทาอ่อน โดยให้สีทาเพดานเป็นสีขาวซึ่งจะทำให้เกิดแสงสะท้อนและกระจายภายในห้องทำให้ห้องสว่างขึ้น
การออกแบบอาคาร
อาคารเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งของมนุษย์พลังงานเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้การใช้ชีวิตภานในอาคารได้รับความสะดวกสบายทั้งในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การปรับสภาพอากาศ และการให้แสงสว่าง ด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในเมืองจากอากาศที่เคยมีความโปร่งโล่งลมเย็นมีต้นไม้ให้ความสดชื่นมาเป็นความแออัดหนาแน่นและลมร้อนเกือบทั้งปีเครื่องปรับอากาศกลายเป็นปัจจัย สำคัญของมนุษย์ไปอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได ้และเครื่องปรับอากาศนี้เองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สูญเสียพลังงานมหาศาล
รูปแบบอาคารในเมืองร้อนชื้น
ควรเป็นอาคารที่มีหลังคาทรงสูง โดยเฉพาะทรงปั้นหยา ที่รับแดดเพียงด้านเดียว อีก 3 ด้านได้ร่มเงาจะเป็นรูปทรงที่ประหยัดพลังงานได้มากและถ้าได้ระบายอากาศร้อนใต้หลังคาออกไป ก็จะช่วยลดความร้อนที่ไหลผ่านฝ้าเพดานลงมา ชายคาที่ยื่นยาวรอบอาคารซึ่งอาจคลุมระเบียง ลาน ทางเดิน ที่อยู่ห้องต่างๆ เป็นพื้นที่ที่ช่วยกรองความร้อนไว้ชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปในอาคาร อาคารที่เรียงแผ่ตามยาวหรือเรียงโอบล้อมมีลานโล่งตรงกลางมีหน้าต่างเปิดกว้าง จะทำให้สามารถรับแสงและลมธรรมชาติได้เต็มที่ลมจะช่วย ขับไล่ความร้อนภายในอาคารออกไป
[แก้ไข] การจัดตกแต่งบริเวณบ้าน
บริเวณบ้านจัดเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เพราะเป็นส่วนแรกที่สามารถสร้างบรรยากาศและความรู้สึกที่ดีของผู้ที่พบเห็นหรือมาเยี่ยมเยือน ฉะนั้นจึงควรดูแลจัด ตกแต่งและทำความสะอาดเพื่อส่งเสริมให้ตัวบ้านสวยงามอยู่เสมอ บริเวณบ้านที่ควรได้รับการจัด ตกแต่ง แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนคือ
1. บริเวณหน้าบ้าน หมายถึง บริเวณที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกบ้าน เป็นด้านหน้าของบ้าน ได้แก่ รั้วบ้าน หน้าบ้าน
2. บริเวณที่ต้องใช้เนื้อที่ให้ความสะดวกแก่สมาชิกในบ้าน หมายถึง บริเวณพื้นที่ที่ใช้เป็นถนนทางเดินเข้าบ้าน ทางเดินรอบบ้าน ที่จอดรถ
3. บริเวณหลังบ้าน หมายถึง บริเวณที่จัดไว้สำหรับพักผ่อนนอนเล่น นั่งเล่น ซึ่งควรเป็นที่ไม่ประเจิดประเจ้อ มีพื้นที่สำหรับเล่นกีฬาในบ้าน ได้แก่ สนาม สวนดอกไม้ และรวมถึงบริเวณที่ใช้สำหรับทำแปลงผักสวนครัว
[แก้ไข] รูปแบบการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน
การจัด ตกแต่งบริเวณบ้านให้สวยงาม อาจทำได้ดังนี้
1. ตกแต่งด้วยต้นไม้ เป็นการจัดบริเวณให้สวยงามร่มรื่น โดยใช้ต้นไม้ประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ไม้ผล ไม้ยืนต้นให้ร่มเงา
2. ตกแต่งด้วยการจัดสวน เป็นการจัด ตกแต่ง โดยเลียนแบบธรรมชาติ เช่น จำลองป่า เขา น้ำตก มาไว้ในบริเวณบ้าน ที่เรียกว่า สวนหย่อม เป็นวิธีการจัดตกแต่งที่เพิ่มความสวยงาม ให้คุณค่าแก่อาคารบ้านเรือน
3. ตกแต่งด้วยสิ่งประดิษฐ์ หมายถึง สิ่งที่คิดค้นสร้างขึ้น ไว้ใช้สำหรับตกแต่ง ได้แก่ โคมไฟสนาม รูปปั้น ตุ๊กตาปั้น เก้าอี้สนาม กระถางรูปทรงแปลกตา
[แก้ไข] แต่งบ้านให้เป็นมงคล
ว่ากันว่าบ้านที่เป็นมงคลจะเสริมให้ผู้ที่อยู่อาศัยหรือสมาชิกในครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ปลอดจากเรื่องร้ายๆพบเจอแต่เรื่องดีๆ รวมถึงเรื่องของโชคลาภ การตกแต่งบ้านด้วยของประดับบ้านก็เป็นอีกเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่เราอยากจะนำเสนอ ใครที่ทำแล้วได้ผลดีก็อย่าลืมที่จะบอกต่อให้คนรอบข้างบ้างนะคะ
[แก้ไข] ของแต่งบ้านบันดาลโชค (เป็นศิริมงคล)
- ส้ม เป็นรูปภาพก็ได้ หรือผลไม้เหมือนจริงมาใส่ตะกร้าบนโต๊ะในห้องรับแขกจะให้โชคลาภ
- ทับทิม ควรปลูกไว้หน้าบ้านจะได้ลูกหลานที่ดี และไม่มีภัย
- โต๊ะทรงกลม โต๊ะต่าง ๆ ภายในบ้าน ควรจะเลือกเป็นทรงกลม หรือแปดเหลี่ยม ถ้าเป็นสี่เหลี่ยมมุมโต๊ะควร เป็น มน ๆ จะเสริมมงคลให้แก่บ้านสามารถขจัดพลังชั่วร้ายและดึงดูดเอาความเจริญเข้าสู่บ้าน
- ของแต่งบ้านรูปหมู เป็นสัญลักษณ์ของโชคและความอุดมสมบูรณ์
- ช้าง เป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญาและโชค ควรตั้งช้างไว้ในห้องรับแขก ห้ามตั้งช้างหันหน้าออกสู่หน้าประตูเด็ดขาด จะทำให้ครอบครัววุ่นวายมีแต่เรื่องขัดแย้ง
- พัด การนำพัดมาตกแต่งบ้านจะช่วยบันดาลให้คุณและคนในครอบครัวประสบความร่มเย็น เป็นสุข และมักได้ข่าวดีอยู่เสมอ
- เต่า ควรตั้งตุ๊กตา หรือรูปปั้นเต่าไว้ในห้องนั่งเล่นหรือมุมใดในบ้านก็ได้จะทำให้คนในบ้านสุขภาพดีอายุยืน ยกเว้นห้องทำงาน
- ไก่ ตุ๊กตาหรือรูปปั้นวัสดุใดก็ได้ล้วนแต่เป็นสิริมงคลต่อบ้านในทางเรียกโชคลาภเงินทอง
- การแต่งบ้านด้วยเครื่องปั้นดินเผา ไม่ว่าจะเป็นรูปใดจะทำให้คนในบ้านมีฐานะการเงินที่มั่นคง
[แก้ไข] ของแต่งบ้านที่ไม่เป็นมงคล
- งู ไม่ควรนำมาแต่งบ้านเพราะงูเป็นสัญลักษณ์ของความอาฆาตซึ่งส่งผลให้หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์โกรธ และยังเป็นเครื่องหมายของตัณหาราคะคนในบ้านจะฝักใฝ่แต่เรื่องโลกีย์
- นาฬิกาทราย จะมีผลทำให้ คนในบ้านต้องเหนื่อยกับภารกิจใดๆ ก็ตามที่ต้องทำอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลา พักผ่อนอย่างสุขสบายเลย
- หมี เป็นสัตว์น่ารักแต่จะทำให้คนในบ้านพลาดท่าเสียทีผู้อื่นเพราะไม่ทันคน
- ม้าลาย ถ้านำมาแต่งบ้านคนในบ้านจะมีแต่เรื่องแตกแยกกันเสมอไม่มีโชคลาภเข้าสู่บ้าน
- จระเข้ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์เพทุบาย จะทำให้อับโชค และมีคนคอยคิดมุ่งร้าย ต่อคุณ และคนในครอบครัว
- หนู ความหมายไม่เป็นมงคล จะทำให้ถูกหักหลังหรือถูกเอาเปรียบ
- แมว หมายถึงแมวที่ไร้ชีวิตถ้านำมาแต่งบ้านจะก่อให้เกิดการหลอกลวงจากคนนอกมาฉกฉวยโอกาสหาผลประโยชน์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต



















