.:: ปฏิทิน - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพี่นาง ,สมเด็จพระพี่นาง
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ปฏิทิน
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
ภาพ:Calendar_2.jpg

         ปฏิทิน (อังกฤษ: calendar) คือระบบที่ใช้ในการเรียกชื่อช่วงระยะเวลา เช่น วัน เป็นต้น วันเป็นที่รู้จักในฐานะ วันปฏิทิน วันจะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่วัตถุทางดาราศาสตร์ เราสามารถแสดงปฏิทินได้ในหลายรูปแบบ ส่วนมากมักเป็นกระดาษ เช่น แบบฉีก แบบแขวน แบบตั้งโต๊ะเป็นต้น

สารบัญ

[แก้ไข] ความหมายของปฏิทิน

ภาพ:Calendar_1.jpg

          ปฏิทิน แปลว่า แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี สามารถเขียนได้เป็น ประติทิน (ภาษาสันสกฤต) หรือ ประฏิทิน (บาลีแผลง) ประดิทิน หรือ ประนินทิน ก็ได้ คำหลังนี้พบในหนังสือที่เขียนโดย หมอ บรัดเลย์ ในหนังสือ อักขราภิธานศรับท์ หน้า 412 และหนังสือ สยามไสมย หน้าโษณา ของ หมอ สมิท เป็นต้น แบบสำหรับดู วัน เดือน ปี มีทั้งที่จารึกบนก้อนหิน หรือ ขีด เขียน และพิมพ์บนกระดาษ ซึ่งมีทั้งชนิดเป็นแผ่น ตั้งแต่ 1 – 12 แผ่น และชนิดพิมพ์เป็นเล่มแบบหนังสือปฏิทินชนิดเล่ม

[แก้ไข] กำเนิดปฏิทิน

ภาพ:Calendar_3.jpg

          ปฏิทิน หรือ Calendar ในภาษาอังกฤษ เป็นคำที่ มาจากภาษาโรมันที่นำมาจากคำพูดของชาวกรีกโบราณ ว่า Kalend ซึ่งมีความหมายในภาษาอังกฤษว่า I cry สาเหตุที่ใช้คำนี้เพราะมีที่มาว่า ในสมัยโบราณจะมีคนคอยร้องบอกชาวเมือง เพื่อบอกกล่าวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงประกาศวันขึ้นเดือนใหม่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายเงินที่คั่งค้าง ครั้นต่อมาสังคมเริ่มสลับซับซ้อนมากขึ้น ปฏิทินจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแทนคนร้องบอกข่าว ปฏิทินจึงนับว่าเป็นสิ่งบอกเวลา และกลายเป็นสิ่งสำคัญในวิถีชีวิตประจำวันไปในที่สุด ต่อมามนุษย์จึงได้ริเริ่มบันทึก วัน เวลา ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หรือที่เรียกกันว่า "ปฏิทิน"

         ปัจจุบัน ปฏิทิน ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย นักธุรกิจติดต่อนัดหมายกันผ่าน วัน เวลา ในปฏิทิน นอกจากนี้ปฏิทินยังคอยย้ำเตือนถึง วัน เวลาที่สำคัญต่างๆ เช่น วันเกิด วันหยุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปฏิทินที่กำหนดวันสำคัญทางศาสนา ซึงจะต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ เช่น วันจาริกแสวงบุญของอิสลามิกชน เป็นต้น

[แก้ไข] ปฏิทินไทย

ภาพ:Calendar_4.jpg

         การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2385 (ปลายสมัย รัชกาล ที่ 3) ซึ่งสามารถตรวจสอบและค้นคว้าหาหลักฐานได้จาก ไมโครฟิล์ม หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ปี ค.ศ. 1870 ( พ.ศ. 2413 ) หน้า 5 ในหอสมุดแห่งชาติ หรือค้นคว้าได้จากหนังสือต้นฉบับ ที่หอสมุดดำรงราชานุภาพ ซึ่งหมอ บรัดเลย์ ได้เขียนไว้ว่า "14 First Calendar print in B. 1842" (ไม่บอกว่าใครเป็นผู้พิมพ์ แต่คาดหมายว่า คือ หมอ บรัดเลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ ผู้มีผลงานทางหนังสือมากมาย)

[แก้ไข] รัชกาลที่ 4

         รัชกาลที่ 4 ทรง ฯ โปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย (ภายหลังจากที่ หมอบรัดเลย์ พิมพ์ปฏิทินชิ้นแรกในสยาม เมื่อ พ.ศ. 2385) เมื่อ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2404 ดังปรากฏหลักฐานใน หนังสือบางกอกคาเลนดาร์ ฉบับ ปี ค.ศ. 1862 ( พ.ศ. 2405) หน้า 108

[แก้ไข] รัชกาลที่ 5

         ในสมัย รัชกาลที่ 5 ปฏิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ "ประนินทิน" ซึ่งลงโฆษณาใน หนังสือสยามไสมย ของ หมอสมิท เขียนคำโฆษณาไว้ตอนหนึ่ง ว่า ประนินทินนี้ แจ้งให้รู้ถึงการอื่นเป็นอันมากอันควรคนทั้งปวงจะรู้ ถ้าไม่รู้เขาจะนินทาว่าคนโง่ แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท (ราคาในสมัยนั้น) ปัจจุบันยังหาประนินทินของหมอสมิทไม่พบ

          ในปีพ.ศ.2432 เป็นปีที่ 22 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการเปลี่ยนแปลงปฏิทินราชการจาก ปฏิทินจันทรคติไปเป็นปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน. ในทางจันทรคติดั้งเดิมมีวันขึ้นปีใหม่และเป็นวันเปลี่ยนนักษัตรตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๕ และโดยในปี2432 นั้นได้ไปตรงกับวันที่ 1 เมษายน ทางสุริยคติพอดี จึงถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ และมีการเริ่มใช้รัตนโกสินทรศกที่108เป็นศักราชราชการอีกด้วย

[แก้ไข] รัชกาลที่ 6

         ปฏิทินในสมัย รัชกาลที่ 6 ที่น่าสนใจได้แก่ปฏิทินพกเล่มเล็กๆ ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์เป็นของชำร่วย สำหรับแจกพระราชทาน แก่ขุนนางที่ลงนามถวายพระพร ในวันขึ้นปีใหม่ ปฏิทินพกแบบนี้ยังมีแจกต่อมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบุคคลธรรมดาก็สามารถไปลงนามถวายพระพรและรับปฏิทินหลวงได้

         ในปีพ.ศ.2456 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลที่ 6 ได้มีการเปลี่ยนมาใช้พุทธศักราชเป็นศักราชทางราชการครั้งแรกในไทยแต่ยังมีวันขึ้นปีใหม่คือวันที่ 1 เมษายน ตามรัตนโกสินทรศกอยู่เช่นเดิม

[แก้ไข] รัชกาลที่ 8

         ในปีพ.ศ.2484 เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลที่ 8 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงครามได้มีประกาศเปลี่ยนมาใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามอย่างสากล. ทำให้พุทธศักราชที่ใช้นี้จึงมีวันเปลี่ยนปีตามคริสตศักราชโดยสมบูรณ์

         การพิมพ์ปฏิทินเล่มยังมีการจัดทำต่อมา จนกระทั่งถึงรัชกาลปัจจุบัน ปฏิทินเล่มยังมีรายละเอียดในเรื่องของ สภาพภูมิอากาศ เวลาน้ำขึ้นน้ำลง การเดินทางของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ยังมีสมุดบันทึกอีกแบบหนึ่ง ซึ่งบอกรายละเอียดของ วัน เดือน ปี เรียงไปตามลำดับ และมีหน้าสำหรับจดบันทึกหมายเหตุรายวัน รวมถึงวันสำคัญ และวัน เวลา นัดหมาย ฯลฯ ที่เรียกว่า ไดอารี่ (Diary) หรือ สมุดบันทึกประจำวันก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฏิทินได้          ปฏิทินไดอารี่ เริ่มมีใช้ในเมืองไทยเมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน แต่ไดอารี่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูง คือ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่มีชื่อเรียกว่า จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก - สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง - วิกิพีเดีย ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 
© Copy Right www.panyathai.or.th