.:: ประเทศราช - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ประเทศราช
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

        ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พระราชอาณาจักรไทยนั่นเอง มีหัวเมืองขึ้นอยู่ 474 หัวเมือง อันเป็นผลมาจากพระบรมบุรพกษัตริยาธิราช และบรรดาบรรพบุรุษของไทย ได้พลีเลือดเนื้อและชีวิต รวบรวมเอาไว้เป็นเวลาหลายชั่วชีวิตคน

สารบัญ

[แก้ไข]
ประเทศราช

[แก้ไข] ทำเนียบหัวเมืองของไทย

        นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ จนพระราชอาณาจักรไทย แผ่ออกไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล เป็นชาติมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในสุวรรณภูมิและภูมิภาค อาเซียอาคเณย์ คู่เคียงกับชาติใหญ่อีกสองชาติ คือจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นใหญ่อยู่ในเอเซียตะวันออก และเอเซียใต้ พระราชอาณาจักรไทยในครั้งนั้น มีความยิ่งใหญ่เจริญรุ่งเรืองสมดังบทเพลงที่ว่า

บ้านเมืองเรารุ่งเรืองพร้อมอยู่หมู่เหล่า พวกเราล้วนพงศ์เผ่าศิวิไลซ์
พราะฉะนั้นควรจะยินดีเปรมปรีดิ์ดีใจ เรียกตนว่าไทยแดนดินผืนใหญ่มิใช่ทาษเขา
ก่อนนี้มีเขตแดนนับว่ากว้างใหญ่ ได้ไว้พลีเลือดเนื้อแลกเอา
รบ รบ รบ ไม่หวั่นใคร มอบความเป็นไทยให้พวกเรา แต่ครั้งนานกาลเก่าชาติเราเขาเรียกชาติไทย
บ้านเมืองควรประเทืองไว้ดั่งแต่ก่อน แน่นอนเนื้อและเลือดพลีไป
เพราะฉะนั้นเราควรเปรมปรีดิ์ มีความภูมิใจแดนดินถิ่นไทย รวบรวมไว้ได้แสนจะยากเข็ญ
ยากแค้นเคยกู้แดนไว้อย่างบากบั่น ก่อนนั้นเคยแตกฉานซ่านเซ็น
แม้กระนั้นยังร่วมใจ รวบรวมชาวไทยให้ร่มเย็น บัดนี้เราดีเด่นร่มเย็นผาสุขเรื่อยมา
อยู่กินบนแผ่นดินท้องถิ่นกว้างใหญ่ ชาติไทยนั้นเคยใหญ่ในบูรพา
ทุก ๆ เช้าเราดูธงไทย ใจจงปรีดาว่าไทยอยู่มา ด้วยความผาสุกถาวรสดใส
บัดนี้ไทยเจริญวิสุทธิ์ผุดผ่อง พี่น้องจงแซ่ซร้องชาติไทย
รักษาไว้ให้มั่นคง เทอดธงไตรรงค์ให้เด่นไกล ชาติเชื้อเรายิ่งใหญ่ชาติไทยบ้านเกิดเมืองนอน

[แก้ไข] การเสียดินแดน

  1. เกาะหมาก ปีนัง (11 ส.ค. 2329)
  2. มะริด ทะวาย ตะนาวศรี (16 ม.ค. 2336)
  3. เมืองบันทายมาศ (3253)
  4. แสนหวี เชียงตุง เมืองพง (พ.ค. 2368)
  5. รัฐเปรัก (2369)
  6. สิบสองพันนา (1 พ.ค. 2393)
  7. แคว้นเขมร (15 ก.ค. 2410)
  8. สิบสองจุไท (22 ธ.ค. 2431)
  9. ดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน 13 เมือง (27 ต.ค. 2435)
  10. ดินแดนฝั่งซ้ายราชอาณาจักรลาว (3 ต.ค. 2436)
  11. ดินแดนฝั่งขวาแคว้นหลวงพระบาง จัมปาศักดิ์ (12 พ.ค. 2446)
  12. มณฑลบูรพา เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ (23 มี.ค. 2449)
  13. กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ปลิส (10 มี.ค. 2451)
  14. เขาพระวิหาร (15 มิ.ย. 2505)

        หลักฐานที่ได้จากจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ที่ได้จารึกไว้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยได้จารึกไว้ที่คอสอง เฉลียงพระระเบียงล้อมพระอุโบสถทั้งสี่ด้าน ได้เขียนภาพหัวเมืองขึ้นกรุงเทพมหานคร 474 หัวเมือง แต่ปัจจุบัน ภาพดังกล่าวลบหมดแล้ว ยังเหลือแต่จารึกบอกชื่อหัวเมืองเหล่านั้น กับเจ้าเมืองบางเมืองอยู่ราวครึ่งหนึ่ง ตรวจได้ศิลาจารึก ๗๗ แผ่น ทำเนียบเมือง 194 เมือง แบ่งออกตามทิศได้ดังนี้

[แก้ไข] ทิศเหนือ

        พื้นที่ทิศเหนือของประเทศสยาม ปัจจุบันได้แก่ บริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จังหวัดยโสธร และจังหวัดอุบลราชธานี ของประเทศไทย รวมทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศลาว

  • เมืองศรีภิรม เมืองพรหมพิราม เมืองเทพบุรี เมืองชาตกาล เมืองนครไทย เมืองด่านซ้าย สุดน้ำโทก 6 เมือง ขึ้นเมืองพิษณุโลก
  • เมืองชุบศรสำแดง เมืองชุมแสงสงคราม เมืองศรีพนมมาศ เมืองนครนาคง อยู่ลำน้ำใหญ่ 4 เมือง ขึ้นเมืองพิษณุโลก
  • เมืองลับแลอยู่ดอน เมืองปากเหือง เจ้าเมืองชื่อพระอณะพินาศ เมืองน้ำปาด เมืองสวางคบุรี รวมลำน้ำพิชัย 3 เมือง ขึ้นเมืองพิชัย
  • เมืองตรอนตรีศิลป์ อยู่ตอนหนบุรพสวางค์ เมืองบางโพ เมืองขุนกัน อยู่ลำน้ำพิชัยฝั่งตก ขึ้นเมืองพิชัย
  • เมืองพิพัฒน์ ขึ้นเมืองพิชัย
  • เมืองทุ่งยั้ง เมืองสวรรคโลก ขึ้นมหาดไทย
  • เมืองพิชัย เมืองตรี เจ้าเมืองชื่อออกญาศรีสุริยราชราชัยอภัยพิรยพาหะ นา 3000 ขึ้นมหาดไทย
  • เมืองพิมูลขึ้นพิชัย
  • เมืองสุโขทัย เมืองโท ผู้ครองเมืองชื่อออกญาศรีธรรมศุภราชชาติบดินทร สุรินทรฤาไชย อภัยพิริยบรากรมพาหุนา 10000 ขึ้นมหาดไทย
  • เมืองราชธานี เมืองกงคราม เมืองพิรามรงค เมืองพิแรมรมย์ ขึ้นเมืองสุโขทัย 4 เมือง
  • เมืองโคฎก อยู่ฝั่งเหนือบางขัง เมืองบางขังอยู่ฝั่งใต้ลำบางขัง ขึ้นเมืองสวรรคโลก
  • เมืองสำโรงทอง อยู่ฝั่งเหนือลำสำโรง เมืองคีรีมาศอยู่ดอน ขึ้นเมืองสุโขทัย
  • เมืองปอง ขึ้นเมืองเถินอยู่ดอน
  • เมืองเถิน เจ้าเมืองชื่อพระยาเถินบุรี ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองกำแพงเพ็ชร เมืองโท ผู้ครองเมืองชื่อออกญารามรณรงคสงคราม รามภักดีอภัย พิริยพาหะ ถือศักดินา 10000 ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองเชียงทอง เมืองเชียงเงิน อยู่ลำพิงฝั่งออก ขึ้นเมืองตาก
  • เมืองโกสามพิน เมืองบงการบุรี เมืองโบราณราช เมืองนาถบุรี เมืองไตรตรึงค์ ขึ้นเมืองกำแพงเพชร 5 เมือง
  • เมืองป่าศักดิ์ ผู้ครองเมืองชื่อเจ้านครจำปาศักดิ์ ประเทศราช ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองโขงเจียม ขึ้นมหาดไทย
  • เมืองปากแซง ขึ้นเมืองเจียม
  • เมืองเขมราฐ เจ้าเมืองชื่อพระเทพวงศา ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองมุกดาหาร เจ้าเมืองชื่อพระจันทมุริยวงศ์ ขึ้นมหาดไทย
  • เมืองนครพนม ผู้ครองชื่อพระสุนทรราชวงศา มหาขัตติยชาติ ประเทศราชทวาเวียง ดำรงรักษศักดิยศทฤาไกร ศรีพิชัยสงคราม เจ้าเมืองยศสุนทร และเมืองนครพนมทั้งสองเมือง ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองท่าอุเทน ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองไชยบุรี เจ้าเมืองชื่อพระไชยวงศา ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองเดชอุดม เจ้าเมืองชื่อพระศรีสุระ ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองศรีษะเกศ เจ้าเมืองชื่อพญาวิเศษภักดี ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองสาลวัน เจ้าเมืองชื่อเอกราช เมืองสะเมียร์ เมืองสะภาษ เมืองคงอยู่ตะวันตกลำเซโคนฝั่งของข้างเหนือ 4 เมือง ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองสีทันดร เจ้าเมืองชื่อพระอภัยราชวงศา ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองตระการ อยู่ลำแม่ขานฝั่งเหนือ เมืองแจ่ม อยู่ลำแม่แจ่มฝั่งตะวันออก เมืองยวม อยู่ฝั่งน้ำยวมหนตะวันตก เมืองพาน อยู่ตอนหนใต้ ขึ้นเมืองเชียงใหม่ 4 เมือง
  • เมืองหอด อยู่ลำแม่พิงฝั่งตะวันตก เมืองตื่นด่าน พญาอินทรคีรี ขึ้นเมืองเชียงใหม่ 2 เมือง
  • เมืองลำพูนไชยประเทศราช ผู้ครองเมืองชื่อตามนามเมือง ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองยอง อยู่ฝั่งแม่กอง ตะวันออกตรงเมืองลำพูนข้าม ขึ้นเมืองลำพูน
  • เมืองป่าซาง อยู่ลำแม่ทาฝั่งตะวันตก เมืองหนองล่าง อยู่ลำแม่ลี้ฝั่งเหนือ เมืองลี้ อยู่ปลายแม่ลี้ฝั่งใต้ ขึ้นเมืองลำพูน 3 เมือง
  • เมืองจาน เมืองเมาะ เมืองท่า เมืองลอง อยู่ตะวันออกนคร เมืองพยาก เมืองงาว อยู่ตอนเหนือนคร เมืองเตาะ อยู่ฝั่งตะวันออกน้ำเตาะ เมืองวัง เมืองแจ้ห่ม อยู่ฝั่งแม่วังฝั่งตะวันออก ขึ้นนครลำปาง 9 เมือง
  • เมืองเวียงติ้น เมืองพยาว อยู่ลำแม่วังฝั่งตะวันตก ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองนครลำปาง ประเทศราช ผู้ครองเมืองชื่อตามนามเมือง ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองเสิม เมืองจาง อยู่แม่จางฝั่งเหนือ ขึ้นนครลำปาง
  • เมืองเชียงของ เมืองโปง เมืองเงิน เมืองสราว เมืองปัว ขึ้นเมืองน่าน
  • เมืองน่าน ผู้ครองเมืองชื่อพระยามงคลยศประเทศราช ขึ้นมหาดไทย
  • เมืองหิน เมืองงั่ว อยู่หนใต้ ขึ้นเมืองน่าน 2 เมือง
  • เมืองแพร่ เจ้าเมืองชื่อพญาแพร่ราชวงศาประเทศราช ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองสรอง เมืองแสนหลวง อยู่หนใต้เมืองแพร่ ขึ้นเมืองแพร่
  • เมืองนำภูน เมืองนำอาย เมืองเพียง เมืองทุง อยู่ลำของใต้เมืองหลวง 5 เมือง เมืองด่านขวา เมืองเชียงเงิน อยู่ลำน้ำด่านตะวันออกเมืองหลวง 2 เมือง ขึ้นเมืองหลวงพระบาง 7 เมือง
  • เมืองมวย เมืองสะกก เมืองหิว เมืองบุญวัง เมืองหะท้าว เมืองไต เมืองปักแสง อยู่ลำน้ำเซืองตะวันออกเมืองหลวง ขึ้น 7
  • เมืองคำเกิด อยู่หว่างน้ำอ่อน หว่างน้ำยวงฝั่งเหนือ เมืองคำม้วน อยู่ลำน้ำอ่อนฝั่งเหนือ ขึ้นกรมมหาดไทย 2 เมือง
  • เมืองหาว อยู่ลำน้ำโชติฝั่งเหนือ ขึ้นเมือง คำม้วน
  • เมืองบ่อ อยู่ลำน้ำอ่อนฝั่งใต้ ขึ้นเมืองคำเกิด
  • เมืองว่า อยู่าลำน้ำมอญฝั่งตะวันออก ขึ้นเมืองคำม้วน
  • เมืองภูเวียง ขึ้นเมืองเวียงจันทน์
  • เมืองยศสุนทร เหนือลำพมูล พระสุนทรวงศา เจ้าเมืองนครพนม กินเมืองยศสุนทรด้วย ขึ้นกรมมหาดไทย
  • กรุงศรีสัตนาคนหุต อุดมราชธานี เมืองเวียงจันทน์ ประเทศราช อยู่ฝั่งลำของฟากเหนือ ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองนามฮุง เมืองเชียงคาน อยู่เหนือเวียงจันทน์ ขึ้นเมืองเวียงจันทน์ 2 เมือง
  • เมืองท่าบ่อ เมืองพานพร้าว อยู่ฝั่งลำของข้างใต้ ขึ้นเมืองเวียงจันทน์ 2 เมือง

[แก้ไข] ทิศตะวันออก

        พื้นที่ทิศตะวันออกของประเทศสยาม ปัจจุบันได้แก่ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดกาฬสินธุ์ ของประเทศไทย รวมทั้งบางส่วนของประเทศกัมพูชา

  • เมืองพระตะบอง เจ้าเมืองชื่อพระยาอภัยภูเบศร ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองตะโหนด เขมร เมืองพนมศก เขมร ขึ้นเมืองพระตะบอง
  • เมืองนครเสียมราฐ เจ้าเมืองชื่อพระยานุภาพไตรภพสบสรรพยุทธฤทธิ ขึ้นเมืองพระตะบอง
  • เมืองระสือ เขมร ขึ้นเมืองพระตะบอง สิ้นอาญาเขตต์เพียงนี้
  • เมืองพุทไธสมัน เขมร ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองจงกน เขมร เจ้าเมืองชื่อพญาสุรินทภักดีศรีประภัยสุมล ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองพิมาย อยู่ทิศตะวันออกลำพิมูล เมืองประโคนไชย และเมืองนางรอง อยู่หนตะวันออก ขึ้นเมืองนครราชเสมา
  • เมืองปักธงไชย อยู่หนใต้นครราชเสมา เมืองพุทไธสงฆ์ อยู่หนเหนือนครราชเสมา ขึ้นนครราชเสมา
  • เมืองชนบท เจ้าเมืองชื่อพญาจันตประเทศ ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองจตุรัศ อยู่ใต้ลำปะชี เมืองไชยภูมิ์ ขึ้นนครราชเสมา
  • เมืองภูเขียว เจ้าเมืองชื่อพระไกรสีหนาท อยู่หนตะวันออก ลำปะชี 2 เมือง ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองสังขะ เจ้าเมืองชื่อพญาสังขบุรีศรีนครอัจ ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองบุรีรำ หนตะวันออกนครราชเสมา ขึ้นนครราชเสมา
  • เมืองสุวรรณภูมิ เจ้าเมืองชื่อพระรัตนวงษา ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองขอนแก่น เจ้าเมืองชื่อพระนคร ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าเมืองชื่อพญาไชยสุนทร ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองหนองหารน้อย เจ้าเมืองชื่อพระพิทักษ์เขตต์ขันธ์ ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองเพ็ง อยู่ลำน้ำสายบาต ขึ้นเมืองกาฬสินธุ์

[แก้ไข] ทิศตะวันตก

        พื้นที่ทิศตะวันตกของประเทศสยาม ปัจจุบันได้แก่ บริเวณภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศไทย

  • เมืองกรุงเก่า ผู้รักษากรุงชื่อพระยาไชยวิชิต สิทธสาตรา มหาประเทศราช ชาติเสนาบดี ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองปรันตประเทศ ข้าพระพุทธบาท ขึ้นกรุงเก่า
  • เมืองลพบุรี หัวเมืองชั้นจัตวา เจ้าเมืองชื่อออกพระนครพราหมณ์ ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองสระบุรี หัวเมืองชั้นจัตวา เจ้าเมืองชื่อพระยาพิไชยรณรงค์สงคราม รามภักดีบดินทรนรินทรเสนา มหานิคมธานีศรีมไหศวรรย์ ศักดินา 3,000 ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองประทุมธานี หัวเมืองชั้นตรี เจ้าเมืองชื่อพระยาพิทักษ์ทวยหาญ ขึ้นกรมพระกระลาโหม
  • เมืองนนทบุรี หัวเมืองชั้นจัตวา เจ้าเมืองชื่อพระนนทบุรีศรีมหาสมุทร ถือศักดินา 3,000 ขึ้นกับกรมท่า
  • เมืองราชบุรี เดิมเป็นหัวเมืองชั้นจัตวา ยกขึ้นเป็นหัวเมืองชั้นโท ผู้ครองเมืองชื่อพระยาสุรินทรฤๅชัย อภัยประเทศราชชาติพัทธยาธิบดี พิริยพาหะ ถือศักดินา 3,000 ขึ้นกรมพระกระลาโหม
  • เมืองกาญจนบุรี หัวเมืองชั้นจัตวา เจ้าเมืองชื่อพระยาประสิทธิ์สงคราม รามภักดี ศรีพิเศษประเทศนิคม ภิรมราไชยสวรรย์ ถือศักดินา 3,000 ขึ้นกรมพระกระลาโหม
  • เมืองศรีสวัสดิ์ หัวเมืองชั้นจัตวา เจ้าเมืองชื่อพระยาพิไชยชนะสงคราม รามภักดี ถือศักดินา 3,000 ขึ้นกรมพระกระลาโหม

[แก้ไข] ทิศใต้

        พื้นที่ทิศใต้ของประเทศสยาม ปัจจุบันได้แก่ บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศไทย รวมทั้งบางส่วนของประเทศมาเลเซีย

  • เมืองปราจีณบุรี หัวเมืองชั้นจัตวา เจ้าเมืองออกพระอุทัยธานี ถือศักดินา 3,000 ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองกระบิลบุรีและเมืองประจันตคาม ขึ้นกับเมืองปราจีณบุรี
  • เมืองนครนายก หัวเมืองชั้นจัตวา เจ้าเมืองพระพิบูลยสงคราม ถือศักดินา 3,000 ขึ้นกรมมหาดไทย
  • เมืองพนัสนิคม ขึ้นกับกรมท่า
  • เมืองนครศรีธรรมราช หัวเมืองชั้นเอก ผู้ครองเมืองชื่อเจ้าพระยาศรีธรรมราช ชาติเดโชชัย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยบราพาหุ ถือศักดินา 10,000 ขึ้นกรมพระกระลาโหม
  • เกาะสมุยและเกาะพงัน ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช
  • เมืองไทรบุรี เมืองแขก ผู้ครองเมืองชื่อพระยาอภัยธิเบศรมหาประเทศราช ชาติอธิบดินทร อินทไอสวรรย ขันธเสมาเดชชิตพิริยพาห เมืองขึ้นนครศรีธรรมราช
  • เมืองสะตูล เมืองมะนาวา เมืองละงู เมืองปะหลิด และเมืองเกาะนางกาวี แขก ขึ้นกับไทรบุรี 5 เมือง
  • เมืองพัทลุง เดิมเป็นหัวเมืองชั้นตรี ยกเป็นหัวเมืองชั้นโท ผู้ครองเมืองชื่อออกญาแก้วโกรพยพิชัยภักดีบดินทรเดโชชัย อภัยพิริยพาหะ ถือศักดินา 5,000 ขึ้นกรมพระกระลาโหม
  • เมืองคชราชาและเมืองศรีชนา ขึ้นกับเมืองพัทลุง
  • เมืองปะเหรียญ เมืองชรัด เมืองกำแพงเพชร เมืองสะทัง และเมืองพะโค ขึ้นกับเมืองพัทลุง
  • เมืองระโนด ขึ้นกับนครศรีธรรมราช
  • เมืองสงขลา หัวเมืองชั้นโท ผู้ครองเมืองชื่อพระยาศรีวิเชียรคีรีสุนทร วิสุทธิศักดา มหาพิชัยสงครามภักดี พิริยพาห ขึ้นกรมพระกลาโหม
  • เมืองมนารา ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองหนองจิก เจ้าเมืองชื่อพระยาวิเชียรศรีสุริยวังศารัตนาเขตต์ประเทศราช เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองตานี เจ้าเมืองชื่อพระยาวิชิตภักดีศรีสุริยวังศารัตนาเขตต์ประเทศราช เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองจะนะ เจ้าเมืองชื่อมหานุภาพปราบสงคราม ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองเทพา เมืองสทึง และเมืองรัตนภูม ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองยะหริ่ง เจ้าเมืองชื่อพระยาพิพัฒนเสนามาตยาธิบดี ศรีสุรสงคราม เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองยะลา เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองรามันห เจ้าเมืองชื่อพระยารัตนภักดีศรีราชบดินทรสุรินทรวังศา เมืองแขก ขึ้นเมืองสงขลา เมืองสุพรรณ เมืองป่าหลวง มหาอรัญ เมืองปะดัง เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองระแงะ เจ้าเมืองชื่อพระยาตะมะหงันภักดี ศรีสุวรรณประเทศวิเศษสวัสดิวังศา เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองสาย เจ้าเมืองชื่อพระยาสุริยสุนทรบวรภักดี ศรีมหารายามักตาลีลาอับดุลระซุน วิบุลขอบเขตต์ประเทศมลายู เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา
  • เมืองปะหลำ เมืองจวบ เมืองปะโหละ เมืองพรายวัน เมืองสีบโปย และเมืองมายอน เมืองแขก ขึ้นกับเมืองสงขลา

        จากกฎหมายตราสามดวง ซึ่งเป็นประมวลกฏหมาย รัชกาลที่ 1 ชำระเมื่อปี พ.ศ. 2347 ( จ.ศ. 1166) ในหมวด กฎมณเทียรบาล หมวดพระธรรมนูญ และหมวดพระไอยการตำแหน่งนายทหารหัวเมือง มีเรื่องเกี่ยวกับหัวเมืองของไทยในรูปแบบต่าง ๆ พอประมวลได้ดังนี้

เมืองที่ถวายดอกไม้ทองเงิน

        มีทั้งหมด 20 หัวเมือง เป็นเมืองฝ่ายเหนือ 16 และเมืองฝ่ายใต้ 4 เมือง เมืองฝ่ายเหนือได้แก่ เมืองนครหลวง เมืองศรีสัตนาคนหุต เมืองเชียงใหม่ เมืองตองอู เมืองเชียงไกร เมืองเชียงกราน เมืองเชียงแสน เมืองเชียงรุ้ง เมืองเชียงราย เมืองแสนหวี เมืองเขมราช เมืองแพร่ เมืองน่าน เมืองใต้ทอง เมืองโคตรบอง เมืองเรวแกว

        เมืองฝ่ายใต้ได้แก่ เมืองอุยองตะหนะ เมืองมลากา เมืองมลายู เมืองวรวาริ เมืองพญามหานคร แต่ได้ถือน้ำพระพัท

        มีอยู่ 8 เมืองด้วยกันคือ เมืองพิศณุโลก เมืองสัชนาไล มืองศุกโขไท เมืองกำแพงเพช เมืองนครศรีธรรมราช เมืองนครราชสีมา เมืองตะนาวศรี เมืองทวาย

        เมืองลูกหลวง ได้แก่ เมืองพิศณุโลก เมืองสวรรคโลก เมืองกำแพงเพช เมืองลพบุรี เมืองสิงคบุรี เมืองหลานหลวง ได้แก่ เมืองอินทบุรี เมืองพรหมบุรี

        หัวเมืองเอก จากเดิมเป็นเมืองพระยามหานคร แต่ตัดทิ้งไปบ้างเหลือเมืองพิษณุโลก นครศรีธรรมราช นอกนั้นตัดทิ้งไปให้เป็นเมืองประเทศราช เพราะอยู่ไกลออกไปควบคุมไม่ได้

        หัวเมืองโท คือหัวเมืองพระยามหานครเก่า เช่นกัน มีสวรรคโลก สุโขทัย กำแพงเพช เพ็ชรบูรณ์ทางเหนือ นครราชสีมา ทางตะวันออก และตะนาวศรีทางใต้ หัวเมืองโทมีความสำคัญต่ออยุธยาในเรื่องการสงคราม

        หัวเมืองตรี คือเมืองพิชัย พิจิตร นครสวรรค์ จันทบูรณ์ ไชยา พัทลุง ชุมพร หัวเมืองจัตวา เป็นเมืองเล็กลงไปปกครองโดยหัวเมืองตรี โท เอก หัวเมืองที่ขึ้นกับเจ้าพญาจักรี ฯ สมุหะนายก ฯ

        ถ้ามีพระบรมราชโองการให้ข้าราชการผู้มีความชอบไป รั้ง,ครอง เมืองบรรดาที่ขึ้นกับเจ้าพญาจักรี ซึ่งมีอยู่ 31 หัวเมือง ก็ได้ใช้ตราพระราชสีห์ และใช้ไปให้หัวเมืองทั้งปวง บรรดาขึ้นแก่มหาดไท ส่งคู่ความมาพิจารณา และไปด้วยกิจราชการทั้งปวง และมีตราพระราชสีห์ไปตั้งเจ้าเมือง และปลัด รองปลัด นำตราเจ้าพนักงานซึ่งตั้งกรมการ และตั้งนายอากอรขนอนทั้งปวง บรรดาขึ้นแก่กรมมหาดไทย หัวเมืองดังกล่าวได้แก่ เมืองพิศณุโลก เมืองสวรรคโลก เมืองศุกโขไท เมืองกำแพงเพช เมืองพิไช เมืองนครสวรรค เมืองพิจิตร เมืองมโนรม เมืองไชนาฎ เมืองอุทัยธานี เมืองอินทบุรี เมืองพรหมบุรี เมืองสิงคบุรี เมืองสรรคบุรี เมืองลพบุรี เมืองสรบุรี เมืองวิเศศไชยชาญ กรุงเก่า เมืองนครนายก เมืองปะจิม เมืองฉเชิงเทรา เมืองสุพันทบุรี เมืองนครไชศรี เมืองราชบุรี เมืองเพชบูรร เมืองท่าโรง เมืองบัวชุม เมืองไชบาดาน เมืองกำพราน เมืองนครราชศรีมา

        หัวเมืองที่ขึ้นกับพญามหาเสนาธิบดี ฯ สมุหะพระกะลาโหม (เจ้าพญากะลาโหม)

        ถ้ามีพระราชโองการให้ข้าราชการผู้มีความชอบไปรั้ง,ครองเมือง ณ หัวเมืองบรรดาขึ้นแก่กรมพระกะลาโหม ซึ่งมีอยู่ 17 หัวเมือง ก็ได้ใช้ตราพระคชสีห์ ไปให้กรมการส่งกระทงความหมู่ และไพร่ในกรมวิวาทแก่กัน และเรียกเงินหาทรัพย์มรดกมาพิจารณาตามตระทรวง

        อนึ่งใช้ตราไปตั้งเจ้าเมืองปะหลัด รองประหลัด และนำตราเจ้าพนักงานไปตั้งกรมการ และตั้งนายอากอรนายขนอน ทุกหัวเมืองที่ขึ้นแก่กรมพระกะลาโหม

        หัวเมืองท่าดังกล่าวไดแก่ เมืองนครศรีธำมราช เมืองพัทลุง เมืองสงขลา เมืองไชยา เมืองชุมพอน เมืองเพชบุรี เมืองกุย เมืองปราน เมืองคลองวาน เมืองบางตะพาน เมืองถลาง เมืองตะกั่วทุ่ง เมืองตะกั่วป่า เมืองตะนาวศรี เมืองมฤต เมืองทวาย และเมืองสามโคก หัวเมืองที่ขึ้นกับเจ้าพญาธรรมราช ฯ ( โกษาธิบดี )

        ถ้ามีพระบรมราชโองการให้ข้าราชการผู้มีความชอบไปรั้ง, ครองเมือง ณ หัวเมืองขึ้นแก่โกษาธิบดี ซึ่งมีอยู่ 8 หัวเมือง มีตราไปตั้งเจ้าเมืองประหลัด รองประหลัด ไปเอากิจราชการ และสุขทุกข์ถ้อยความ ณ หัวเมืองซึ่งขึ้นแก่โกษาธิบดี และนำตราเจ้าพนักงานไปตั้งกรมการและตั้งนายอากอรนายขนอนทั้งปวง ฯลฯ

        หัวเมืองดังกล่าวได้แก่ เมืองจันทบูรรณ เมืองตราด เมืองระยอง เมืองบางลมุง เมืองนนทบุรี เมืองสมุทประการ เมืองสมุทสงคราม เมืองสาครบุรี พระไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมือง

        ศุภมีศดุ 1298..... พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีบรมไตรโลกนารถ ฯ..... เจ้าพญาธรรมาธิบดี ฯ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่าตำแหน่งศักดิ์นาหัวเมือง เอก โท ตรี จัตวา ปากใต้ฝ่ายเหนือนั้น จะทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานเป็นประการใด..... มีพระบรมราชโองการเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า เจ้าพญาแลพญาพระหลวงเมืองผู้รั้งกรมการบรรดารับราชการอยู่ ณ หัวเมือง เอก โท ตรี จัตวา ปากใต้ฝ่ายเหนือทั้งปวงให้ถือศักดิ์นาตามพระราชประหยัติดังนี้

        เจ้าพญาสุรศรี ฯ เมืองพิศณุโลก เอก อุ นา 10000 ขึ้นประแดงเสนาฏขวา พระราชฤทธาบนพหลภักดี พระยาไชยบูรรปลัด นา 3000 ฯลฯ เมืองขึ้นพิศณโลกญ เจ้าเมือง นา คนละ 1600 ฯลฯ

        เจ้าพญาศรีธรรมราช ฯ เมืองนครศรีธรรมราช เมืองเอก นา 10000 ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        พระศรีราชสงครามปลัด นา 3000 ฯลฯ เมืองขึ้นเมืองนครศรีธรรมราช นา คนละ 1600 ฯลฯ

        ออกญากระเสตรสงคราม ฯ พญาสวรรคโลกย เมืองโท นา 10000 ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกญาศรีธรรมศุภราช ฯ เจ้าเมืองศุกโขไท เมืองโท นา 10000 ขึ้นประแดง จุลาเทพซ้าย

        ออกญารณรงคสงคราม ฯ เมืองกำแพงเพช เมืองโท นา 10000 ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกญาเพชรัตนสงคราม ฯ เมืองเพชบูรรณ เมืองโท นา 10000 ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกญากำแหงสงคราม ฯ เมืองนครราชศรีมา เมืองโท นา 10000 ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกญาไชยยาธิบดี ฯ เมืองตะนาว เมืองโท นา 10000 ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        ปลัด นา 1200 เมืองขึ้นเมืองโท นา คนละ 10000

        ออกญาศรีสุริยะราชาไชย ฯ เจ้าเมืองพิชัย เมืองตรี นา 5000 ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกญาเทพาธิบดี ฯ เมืองพิจิตร เมืองตรี นา 5000 ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกญาไกรเพชรรัตนสงคราม เมืองนครสวรรค์ เมืองตรี นา 500 ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกญาไชยธิบดีศรีณรงคฤาไชยา เมืองจันทบูรรณ เมืองตรี นา 5000 ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        ออกพระวิชิตภักดีศรีพิชัยสงคราม พระไชยา เมืองตรี นา 5000 ขึ้นอินปัญญาซ้าย

        ออกญาแก้วการพยพิไชย ฯ ออกญาพัตะลุง เมืองตรี นา 5000 ขึ้นอินปัญญาซ้าย

        ออกญาเคาระทราธิบดี ฯ พระชุมภอร เมืองตรี นา 5000 ขึ้นอินปัญญาซ้าย

        ปลัด นา 100 เมืองขึ้นเมืองตรี นา คนละ 800

        ออกพระศรีสุรินทฤาไชย เมืองเพชบุรี ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกพระสุรบดิน ฯ พระไชยนาถ ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกเมืองอินทบุรีย เมืองอินท ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกเมืองพรหมบุรีย เมืองพรหม ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกพระญี่สารสงคราม พระสิงคบุรีย ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกพระนครพราหมณ พระลบบุรีย ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกพระพิชัยรณรงค พระสรบุรีย ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกพระพิไชยสุนทร เมืองอุไทยธานี ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกพระศรีสิทธิกัน เมืองมโนรมย

        ออกพระวิเสศไชยชาญ เมืองอ่างทอง ขึ้นประแดงษารภาษขวา

        ออกพระสรรคบุรี เมืองสรรคบุรี ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกพระพิไชยภักดี ฯ เมืองการบุรีย ขึ้นประแดงเสนาฏซ้าย

        ออกเมืองพลคบุรีย เมืองไทรโยค ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        ออกพระสุนทรสงคราม ฯ พระสุพันทบุรีย ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกพระศรีสวัดบุรีย เมืองศรีสวัด ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกพระสุนธรบุรีย เมืองนครไชยศรี

        ออกพระอมรินทฤาไชย เมืองราชบุรีย ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        ออกพระวิเสศฤาไชย เมืองฉะเชิงเทรา ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกพระพิบูรสงคราม เมืองนครนายก ขึ้นประแดงเสนาฏขวา

        ออกพระอุไทยธานี เมืองปราจีนบุรีย ขึ้นประแดงจุลาเทพซ้าย

        พระนนทบุรีศรีมหาสมุท เจ้าเมืองนนทบุรีย ขึ้นประแดงอินทปัญญาซ้าย

        พระสมุทสาคร เมืองท่าจีน

        พระสมุทสงคราม เมืองแม่กลอง

        พระสมุทประการ เมืองปากน้ำ

        พระธนบุรีย เมืองชน ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        พระปรานบุรีย เมืองปรานบุรีย ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        ออกพระพิไชยภักดี ฯ เมืองกุย ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        ออกพระราชภักดี ฯ เมืองระยอง ขึ้นประแดงอินปัญญาซ้าย

        เมืองบางละมุง พระศรีสมอรัตน ฯ เมืองท่าโรง พระนครไชยสินนรินท เมืองบัวชุม พระจันบูรรราชภักดิ์ เมืองกำพราน เมืองไชยบาดาน

        เมืองจัตวาขึ้นมหาดไท กระลาโหม กรมท่า ถือศักดินา ดังนี้ เจ้าเมือง นา 3000 ปลัดนา 600 ยุกระบัด นา 500 แพ่ง จ่าเมือง สุพมาตรา สัศดี แขวง นาคนละ 400 รอง ฯลฯ นาคนละ 300

[แก้ไข] การเสียดินแดนของไทย (พ.ศ. 2430 - 2451)

        ไทยได้เสียดินแดนให้กับประเทศอังกฤษและประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้มาล่าเมืองขึ้นในแถบทวีปเอเซีย ตั้งแต่ พ.ศ. 2430 ถึง พ.ศ. 2451 รวม 5 ครั้งคือ

        ครั้งที่ 1 เสียดินแดนแคว้นสิบสองจุไท ให้แก่ฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ 87,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2431

        ครั้งที่ 2 เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง คือ ดินแดนที่เป็นประเทศลาวทั้งหมด และดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง คือ ดินแดนอาณาจักรล้านช้าง ให้แก่ฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ 143,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2436

        ครั้งที่ 3 เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง คือ ดินแดนแคว้นจำปาศักดิ์ และแขวงเมืองมโนไพร ให้แก่ฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ 62,500 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2446 เพื่อแลกกับเมืองจันทบุรี ซึ่งฝรั่งเศสยึดไปจากไทยตั้งแต่เหตุการณ์ ร.ศ.112 (พ.ศ.2437)

        ครั้งที่ 4 เสียดินแดนมณฑลบูรพา อันประกอบด้วย เมืองศรีโสภณ เมืองเสียมราฐ และเมืองพระตะบอง ให้แก่ฝรั่งเศส เป็นพื้นที่ 51,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2449 เพื่อแลกกับเมืองตราด เกาะกง และเมืองด่านซ้าย และการได้มาของอำนาจศาลไทย ที่จะบังคับต่อคนที่อยู่ในบังคับฝรั่งเศสในประเทศไทย

        ครั้งที่ 5 เสียรัฐกลันตัน ตรังกานู และปลิส ให้แก่อังกฤษ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2451 เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจศาลไทย ที่จะบังคับต่อคนในบังคับอังกฤษในประเทศไทย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 
 
 
   Hosted by kapook.com