.:: พริกไทย - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
พริกไทย
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
ภาพ:Priktai_2.jpg


         ชื่อ : พริกไทย

         ชื่อสามัญ : Pepper

         ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper nigrum Linn.

         วงศ์ : PIPERACEAE


สารบัญ

[แก้ไข] มาทำรู้จักกับพริกไทย

ภาพ:Priktai_6.jpg


         เคยได้ยินมาว่า มีนักร้องลูกทุ่งสาวสวยคนหนึ่งชอบกินพริกไทยอ่อนสด ๆ เห็นเป็นไม่ได้ต้องเข้าไปเด็ดทีละเม็ด ๆ แล้วป้อนใส่ปากนัยว่ากินแล้วสบายท้องสบายตัว (และเธอคนนั้นเชื่อว่าทำให้ลดความอ้วนได้) และอาจเป็นเคล็ดลับที่ทำให้เสียงดี

         ผู้เขียนเคยเห็นต้นพริกไทยแล้วเข้าใจว่าเป็นเถาพลู คิดว่าพลูมีลูกเป็นพวงย้อยระยำ ที่เข้าใจดังนั้นคงเพราะว่าไม่เคยรู้จักพริกไทยสดมาก่อนเลย เคยเห็นแต่ที่เป็นเม็ดแห้งเอาไว้ในครัวเท่านั้น ที่เห็นอยู่ในกับข้าวต่าง ๆ นานา ก็ไม่เคยคิดถาม อาจเป็นเพราะเด็กเกินกว่าจะรู้กินเครื่องเทศเผ็ดร้อนอย่างนี้

         พอรู้ความมากขึ้น ก็ได้ยินเรื่องเล่าจากหนังสือว่า พริกไทยเคยถูกใช้ให้แสดงบทโหดในหมู่ชนที่ไม่คุ้นกับพริกไทย รสเผ็ดร้อนของมันคือเครื่องมือทรมานเหล่าเชลยศึก ด้วยการใช้พริกไทยดผสมน้ำแล้วกรอกเข้าไปในรูจมูก เติมลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าเชลยที่จับมาได้จะยอมบอกความลับทางยุทธศาสตร์ หรือถ้าไม่ยอมบอก ก็จะกรอกน้ำลงไปอย่างนั้น ให้ทรมานจนตาย

         พอดีกว่า เรื่องดีงามของพริกไทยมีมากกว่าเรื่องร้ายพริกไทยหรืออะไร ๆ ไม่ได้ร้ายด้วยตัวของมันเอง คนต่างหากที่ใช้มันไปในทางร้ายทุกทีไป

[แก้ไข] ลักษณะทั่วไปของพริกไทย

ภาพ:Priktai_5.jpg


ต้นพริกไทยใครไม่เคยเห็นก็ต้องบกว่าเป็นไม้เถาเลื้อย สูงได้ประมาณ 5 เมตร ชอบเลื้อยเกาะพันธุ์ไม้อื่น เถามีข้อพองออก ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ดอกออกเป็นช่อสีขาวยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร ผลพวง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีแดง

[แก้ไข] การปลูกและดูแลรักษาพริกไทย

ภาพ:Priktai_1.jpg


         พริกไทยนิยมปลูกโดยทั่วไปเป็นพืชไร่ในภาคตะวันออกของบ้านเรา แถบจันทบุรี ระยอง ตราด และเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่ทำรายได้หลักของภาคนี้ จนหากใครถามหาพริกไทยก็ต้องหาแต่พริกไทยจันทร์ไว้ก่อน

         แต่หากอยากจะปลูกเป็นพืชสวนครัวก็ไม่ยากเย็นอันใด เพียงมีพื้นที่ไม่มากกว่า 2 ตารางเมตร ให้ตัดกิ่ง หรือเถาที่ไม่แก่เกินไปนักมาปักชำ อาจชำในกระถางหรือถุงดำก็ได้ ลงทุนทำค้างหรือมีเพียงเสาไม้หรือเสาปูนที่แข็งแรงไว้ให้ยึดเกาะ พริกไทยเป็นไม้เลื้อยในแนวตั้งจึงไม่ต้องใช้พื้นที่มากเหมือนไม้เลื้อยอื่น

         พริกไทยชอบความชื้นจึงควรดูแลเรื่องน้ำมากสักนิด เอาแค่รดน้ำทั้งเช้าและเย็นเป็นพอ และหากเพิ่งเริ่มปลูกเป็นแค่เถาเล็ก ๆ ไม่ควรให้ถูกแดดแรงนัก อาจหาวัสดุกรองแสงหรืออาศัยร่มไม้ใบบังจากต้นไม้ใหญ่อื่นก็ย่อมได้

[แก้ไข] ประโยชน์ของพริกไทย

ภาพ:Priktai_3.jpg


         นอกจากจะปลูกรับประทาน ผลพริกไทยเมื่อสุกจะมีสีแดงส้มเป็นพวงสวย เป็นไม้ประดับก็ดูดี เป็นไม้สวนครัวก็ดูเด่น จากจากพริกไทยแห้งที่เป็นเครื่องเทศที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารไทยหลากหลายชนิดแล้ว (เช่นพวกกระเทียมพริกไทย) ยังมีเมนูที่นิยมมีพริกไทยอ่อนเป็นส่วนผสมก็ได้แก่ อาหารจำพวกผัดเผ็ดทั้งหลาย หรือผัดฉ่า เติมไว้เพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เป็นที่รู้ว่า อาหารจำพวกเนื้อสัตว์นั้นบางชนิดก็ย่อยยาก อย่างหอยหลอดผัดฉ่า เป็นต้น และหากเรากินเมล็ดพริกไทยอ่อนในเมนูเหล่านี้ เราก็จะได้รับประทานยาช่วยย่อย และรักษากระเพาะเข้าไปด้วยโดยอัตโนมัติ ช่วยให้สบายท้องขึ้นอีกเป็นอันมาก

         เราใช้พริกไทยในฐานะสมุนไพรมาช้านาน พริกไทยมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยย่อยอาหาร และช่วยถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ไม่ให้เน่าเสียง่าย น้ำมันหอมระเหยในพริกไทยช่วยแก้หวัดได้และได้ถูกใช้ไปเป็นส่วนผสมของน้ำมันที่เราใข้สูดดมเพื่อให้โล่งจูมกอยู่หลายขนาน แต่การนำมาทำสมุนไพรนั้นนิยมใช้พริกไทยดำมากกว่า เพิ่มให้ว่าพริกไทยดำนั้นคือพริกไทยที่แก่จัด ซึ่งกลิ่นและรสนั้นหอมฉุนกว่า ส่วนพริกไทยขาวนั้นคือผลที่ยังไม่แก่


ภาพ:Priktai_4.jpg


         ผลและเมล็ดเป็นส่วนสำคัญที่เรานำมาใช้มาก โดยเฉพาะเมล็ดนั้นสามารถรักษาอาหารปวดกระเพาะอาหาร อาหารคลื่นไส้ อาเจียน ช่วยขับลมในกระเพาะ แก้ท้องเสีย แก้ปวดฟัน แก้ท้องอืด และช่วยย่อย ในแง่นี้คนไทยก็ใช้พริกไทยแห้งในอาหารเพื่อเพิ่มความหอมอยู่แล้วโดยปกติ

         พริกไทยอ่อนให้แคลเซียมในปริมาณสูงมาก รองลงมาก็มีทั้งฟอสฟอรัส วิตามินซี และเบต้า-แคโรทีน ที่ช่วยป้องมะเร็ง

         ใครคนไหนที่ยังไม่คุ้นกับพริกไทยอ่อน ลองรับประทานดู แรก ๆ อาจเผ็ดร้อนกับรสชาติ แต่หากอดทนลองดูจนคุ้น พริกไทยอ่อนอาจทำให้คุณติดใจในความหอมของกลิ่นเครื่องเทศ และรู้สึกสบายตัวสบายท้อง โล่งจมูก จนพริกไทยกลายเป็นเครื่องเทศที่ต้องมีมาในอาหารประจำของคุณทุกมื้อ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วราภรณ์ วิชญรัฐ, ไม้เลื้อยกินได้, สุรีวิยาสาส์น กรุงเทพมหานคร,2548. 120 หน้า

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com