.:: พลังงานหมุนเวียน - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
พลังงานหมุนเวียน
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

พลังงานหมุนเวียน

ภาพ:Solar_2.jpg

        พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน ทั้งยังเป็นปัจจัยหลักในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม หรือเราอาจเปรียบพลังงานได้กับออกซิเจนที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยังส่งผลให้อัตราการใช้พลังงานของโลกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แหล่งพลังงานฟอสซิล ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานเชิงพาณิชย์ที่ใช้แล้วหมดไป เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมัน มีปริมาณลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะน้ำมันมีแนวโน้มว่าจะหมดลงภายในไม่กี่สิบปีข้างหน้านี้ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งหาพลังงานทดแทนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยและมีปริมาณมากเพียงพอต่อความต้องการ นั่นจึงเป็นที่มาของพลังงานหมุนเวียน

สารบัญ

[แก้ไข] พลังงานหมุนเวียน คือ

        พลังงานที่ได้มาจากกระแสพลังงานที่ต่อเนื่องและเกิดซ้ำ ๆ ในสิ่งแวดล้อม แหล่งของพลังงานหมุนเวียน คือ แหล่งพลังงานที่เกิดขึ้นอยู่ต่อเนื่องไม่หมดไป เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล หรือแม้แต่ขยะมูลฝอย เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนนี้ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก รวมถึงการเปลี่ยนรูปพลังงานหมุนเวียนเหล่านี้เป็นพลังงานไฟฟ้า

        ส่วนประเทศไทยในอดีตนั้นการผลิตไฟฟ้าได้ถูกจำกัดสิทธิแก่เฉพาะการไฟฟ้าของประเทศไทยเท่านั้น แต่กฎระเบียบเหล่านี้ได้รับการพัฒนา จนเอกชนสามารถทำการผลิตไฟฟ้าได้ด้วยเช่นกัน ตลอดถึงเอกชนรายเล็ก ๆ หรือชุมชนก็สามารถทำการผลิตไฟฟ้าแล้วส่งขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้ด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้สนใจในการรักษาสิ่งแวดล้อม และลดการพึ่งพาระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเพียงระบบเดียว หรือต้องการมีบ้านเรือนหรือโรงงานที่มีระบบไฟฟ้าเองเพื่อประสิทธิภาพหรือภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้น

        ซึ่งพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพในประเทศไทย และได้มีการพัฒนาและทดลองติดตั้งอยู่แล้วในประเทศไทย มีหลายประเภท ดังนี้

  • ชีวมวล เป็นกากเหลือจากการกสิกรรม เช่น แกลบ, ชานอ้อย, ปาล์มน้ำมัน หรือกากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่สามารถเผาไหม้และนำพลังงานความร้อนไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้
  • ก๊าซชีวภาพ ที่เกิดจากการย่อยสารอินทรีย์ในของเสียและนำก๊าซไปเผาจนนำความร้อนที่ได้มาผลิตกระแสไฟฟ้าได้
  • แสงอาทิตย์ เราสามารถเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้าได้ โดนผ่านเซลล์สุริยะที่สามารถติดตั้งที่ใดก็ได้ที่แสงอาทิตย์ส่องถึง
  • พลังงานน้ำ มีทั้งพลังงานน้ำขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยพลังงานน้ำขนาดใหญ่สามารถนำไปสร้างเป็นเขื่อนเพื่อเก็บกักน้ำและผลิตไฟฟ้าได้ ขณะที่พลังงานน้ำขนาดเล็กอย่างแม่น้ำหรือลำธารเล็กๆ ก็สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน
  • พลังงานลม การนำกระแสลมมาหมุนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั้นได้รับความนิยมอย่างมากในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา ซึ่งมีกระแสลมแรงสม่ำเสมอ

[แก้ไข] ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียน

        ประโยชน์ที่ได้จากพลังงานหมุนเวียนมีหลาย ๆ ด้าน ทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อมลดมลพิษจากการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล จำพวกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่างๆ อีกทั้งลดการนำเข้าเชื้อเพลิงพวกนี้จากต่างประเทศ และพลังงานเชื้อเพลิงยังให้ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าสนใจอีกด้วย

        ซึ่งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ และถือว่าเป็นการสร้างประโยชน์จากสิ่งด้อยค่าให้กลับมามีค่าในการพัฒนาประเทศได้ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาปํญหาการเพิ่มการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ที่จะนำไปสู่การเกิดปฏิกริยาเรือนกระจกและจะทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

[แก้ไข] พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย

        เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม ในแต่ละปีจะมีผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าว น้ำตาล ยางพารา น้ำมันปาล์ม และมันสำปะหลัง เมื่อผ่านการแปรรูปแล้วผลผลิตเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะส่งออกไปขายยังต่างประเทศมีมูลค่าปีละหลายหมื่นล้านบาท โดยในการแปรรูปจะมีวัสดุเหลือทิ้งออกมาจำนวนหนึ่งเสมอ บรรดาโรงงานน้ำตาล โรงงานเยื่อกระดาษ โรงสีข้าว และโรงงานน้ำมันปาล์มก็ได้อาศัยชีวมวลเหลือทิ้งของตนเองเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงาน และกำลังการผลิตส่วนเกินก็สามารถขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้อีกด้วย

[แก้ไข] ปัญหาการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย

        เมื่อปี ๒๕๔๖ รัฐบาลได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์พลังงานของชาติ โดยได้กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานชีวมวล จาก ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในปี ๒๕๔๕ เป็น ๘ เปอร์เซ็นต์ ให้ได้ภายในปี ๒๕๕๔ หรืออีก ๖ ปีข้างหน้า

        ช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนหลายโครงการ เช่น โครงการไฟฟ้าเอื้ออาทร ทำการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ให้แก่หมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลจำนวน ๓ แสนหลังคาเรือน ภายในปี ๒๕๔๘ โครงการผลิตเอทานอลและส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ โครงการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อการผลิตไบโอดีเซล โดยขยายพื้นที่เพาะปลูกเป็น ๑๐ ล้านไร่

        อย่างไรก็ตาม การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยยังคงติดขัดปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ตามที่นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายท่านได้ให้ความเห็น

        ชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน จากกลุ่มพลังไท องค์กรพัฒนาเอกชนที่ติดตามเรื่องพลังงานหมุนเวียน สรุปปัญหาพลังงานหมุนเวียนว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เป็นเอกภาพระหว่างผู้วางนโยบายและผู้ปฏิบัติ โดยกระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียนไว้ ๘ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๔ แต่ บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) กลับวางเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในปี ๒๕๕๔ ไว้เพียง ๑.๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

        โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กบ้านแม่กำปอง จ. เชียงใหม่ เป็นกรณีตัวอย่างของปัญหาอีกรูปแบบหนึ่ง โรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พ.พ.) สนับสนุนทุนส่วนหนึ่ง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขณะที่ชาวบ้านลงทุนและลงแรงขุดฝาย วางท่อน้ำ จัดหาวัสดุก่อสร้างจำพวกปูน หิน ไม้ ภายหลังเมื่อระบบสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้ามาถึงหมู่บ้าน ไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำจึงเหลือใช้

        ปัจจุบันหมู่บ้านแม่กำปองได้เชื่อมระบบสายส่งไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำโรงที่ ๒ ของหมู่บ้าน เข้ากับระบบสายส่งของ กฟภ. เพื่อขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าระบบ โดยข้อตกลงเดิมมีว่ารายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจะเข้าสู่ชุมชน ทว่ากลับติดขัดปัญหาจากระเบียบที่ว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านแม่กำปองได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐ รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าจึงต้องเข้ารัฐ ทุกวันนี้ชุมชนจึงไม่มีรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกิน

        ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ที่ พ.พ. ได้เข้าไปช่วยจัดสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำให้แก่หลายหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะทางภาคเหนือที่มีป่าเขาและลำธารสมบูรณ์ โดยที่ผ่านมามีโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเช่นที่หมู่บ้านแม่กำปองเกิดขึ้น ๕๙ โครงการ ทว่าหลังจากระบบสายส่งไฟฟ้าของ กฟภ. เข้าไปถึงหมู่บ้านแต่ละแห่ง หลายหมู่บ้านได้เลิกใช้งานโรงไฟฟ้าพลังน้ำของตน ในปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำในหมู่บ้านที่ยังดำเนินการอยู่เพียง ๒๓ โครงการ ส่วนที่เหลืออยู่ในสภาพไร้การซ่อมแซมหรือถูกทิ้งเอาไว้เฉยๆ

        ชื่นชมมีความเห็นว่า หากจะรักษาโรงไฟฟ้าพลังน้ำเอาไว้ ควรจะเชื่อมต่อระบบสายส่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำเข้ากับ กฟภ. เนื่องจากระยะหลังหลายหมู่บ้านขยายตัว ทำให้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเริ่มไม่พอใช้งาน เกิดไฟตกหรือไฟดับบางขณะ หากได้ไฟฟ้าจาก กฟภ. เข้ามาเสริมในระบบ จะทำให้การใช้ไฟฟ้าสมดุลยิ่งขึ้น

         “หมู่บ้านอื่น พอเห็นตัวอย่างกรณีหมู่บ้านแม่กำปอง จึงพากันชะงัก ไม่อยากดำเนินการเชื่อมสายส่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำกับของ กฟภ. เพราะกลัวมีเรื่องยุ่งยาก” ชื่นชมกล่าว

        นอกจากนั้น นโยบายของรัฐบาลในการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายเล็ก (SPP) ก็ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการกำหนดกฎเกณฑ์ในการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า

         “เช่นระเบียบที่ว่า ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กจะขายไฟฟ้าเข้าระบบได้ไม่เกิน ๑ เมกะวัตต์ แต่มีโรงงานหรือฟาร์มหลายแห่ง เช่น โรงงานแป้งมันทางภาคอีสาน หรือโรงงานน้ำมันปาล์มทางภาคใต้ ซึ่งติดตั้งระบบหมักก๊าซชีวภาพจากของเสียในโรงงานเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง สามารถผลิตไฟฟ้าเหลือขายมากกว่า ๑ เมกะวัตต์ เมื่อติดขัดกฎระเบียบข้อนี้ แต่ละโรงงานจึงผลิตไฟฟ้าแค่พอใช้เอง ก๊าซมีเทนจำนวนมากที่ได้จากการหมัก ต้องเผาทิ้งกลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปล่อยสู่อากาศ เพราะถ้าปล่อยก๊าซมีเทนทิ้งไปเลย จะยิ่งก่อมลพิษทางอากาศมากกว่าหลายเท่าตัว”

        นโยบายสำคัญในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่กระทรวงพลังงานจะนำมาปฏิบัติในอนาคต คือ นโยบายการกำหนดสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (Renewable Portfolio Standard, RPS) โดยกำหนดว่า ผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล (ไม่รวมโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่) จะต้องจัดหาพลังงานหมุนเวียนที่มีกำลังการผลิตติดตั้งเท่ากับ ๕ เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลที่จะเกิดขึ้นใหม่

        ตัวอย่างเช่น เอกชนรายใดต้องการสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล กำลังการผลิต ๗๐๐ เมกะวัตต์ จำเป็นต้องจัดหากำลังไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียน ๓๕ เมกะวัตต์พ่วงมาด้วย ซึ่งในทางปฏิบัติอาจจะไปจับคู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อมายื่นขอประมูลสร้างโรงไฟฟ้ากับรัฐ

        นโยบาย RPS เป็นประเด็นใหม่ที่มีการถกเถียงกันว่า เป็นการส่งเสริมหรือกีดกันพลังงานหมุนเวียนกันแน่

        อาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่า นโยบายนี้ทำให้พลังงานหมุนเวียนเติบโตได้อย่างจำกัด เพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของพลังงานฟอสซิล ทางที่ดีควรจะแยกตลาดออกจากกันมากกว่า เช่นเดียวกับความเห็นของชื่นชม จากกลุ่มพลังไท

         “นโยบายนี้ทำให้ผู้ที่คิดจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก ต้องวิ่งไปหาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นการให้อำนาจต่อรองไปอยู่ที่โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แนวคิดเหมือนกับว่าพลังงานหมุนเวียนจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นหลักคิดที่ไม่น่าจะถูก”

        ในส่วนการผลิตแก๊สโซฮอล์ ล่าสุด (เดือนตุลาคม ๒๕๔๘) กระทรวงพลังงานกล่าวอ้างว่าปริมาณการผลิตเอทานอลภายในประเทศไม่เพียงพอ เนื่องจากวัตถุดิบคือมันสำปะหลัง หรือกากน้ำตาล (โมลาส) ที่ได้จากกระบวนการหีบอ้อย ขาดแคลน รัฐบาลเตรียมเปิดทางให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำเข้าเอทานอลจากต่างประเทศอีกรอบหนึ่ง หลังจากนำเข้ามาแล้วรอบแรก ๑๕ ล้านลิตร

        ขณะที่ทางฝั่งโรงงานผลิตเอทานอลหลายแห่งอ้างว่า วัตถุดิบคือกากน้ำตาลภายในประเทศ ไม่ได้ขาดแคลนแต่อย่างใด แต่ปัญหาหลักเกิดจากเรื่องโครงสร้างราคาเอทานอล เนื่องจากทุกวันนี้บริษัทผู้ค้าน้ำมันยอมทำสัญญาซื้อเอทานอลจากโรงงานในอัตราไม่เกินลิตรละ ๑๙ บาท ทำให้โรงงานเอทานอลต้องแบกรับต้นทุนการผลิตจากกากน้ำตาลที่มีราคาสูง โรงงานหลายแห่งจึงลดกำลังการผลิต หรือแจ้งปิดโรงงานซ่อมเครื่องจักร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 
 
 
   Hosted by kapook.com