Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
บทความโดย
ดร. ครรชิต มาลัยวงศ์
ราชบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์
ระบบอินเทอร์เน็ต เป็นเครื่องมือสำคัญของยุคปัจจุบัน เป็นทั้งช่องทางในการประชาสัมพันธ์ เป็นทั้งช่องทางในการขายสินค้าทั่วโลก เป็นทั้งรูปแบบการศึกษาแบบใหม่ เป็นทั้งอุปกรณ์นันทนาการ สำหรับสร้างความเพลิดเพลินทั้งทางการส่งภาพยนตร์, เพลง และเกม ไปถึงผู้ใช้
ระบบอินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนรูปโฉมของสังคมโลกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเราเดินออกไปนอกถนน เราแทบจะไม่เคยทักทายหรือพูดกับคนที่เดินสวนผ่านเราไปเลย แต่ในโลกไซเบอร์ เรากล้าเปิดเผยความคิดของเรา ให้คนที่เราไม่เคยรู้จักทราบ และเราแลกเปลี่ยนและถกเถียงกับคนอื่นๆ ราวกับเป็นเพื่อนสนิทมานานปี
อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ในโลกไซเบอร์ก็มีทั้งที่ดีและเลว เช่นเดียวกับที่อยู่ในโลกของความเป็นจริง หลายคนใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง หลายคนใช้เป็นเครื่องก่ออาชญากรรม และหลายคนใช้เป็นเครื่องมือในการก่อการร้าย
เพื่อให้โลกไซเบอร์เป็นโลกที่น่าเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปอยู่ เข้าไปใช้ชีวิตและสร้างสังคมไซเบอรร์ร่วมกับผู้อื่น เราจำเป็นที่จะต้องช่วยกันป้องกันโลกไซเบอร์ไม่ไห้มีผู้ก่อการร้าย, อาชญากร และนักหลอกลวงเข้ามาอาศัยใช้เป็นเครื่องมือประทุษร้ายผู้อื่น และโดยที่การใช้โลกไซเบอร์เป็นเครื่องมือในทางมิชอบนั้นสามารถทำได้มากมายหลายทาง แม้แต่ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่เพิ่งบังคับใช้ก็อาจจะช่วยไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันในเวลานี้ ก็คือการหาวิธีจะให้พวกเราเองร่วมกันแก้ปัญหานี้
ผมคิดว่าแนวทางพอมีอยู่ แต่คงจะต้องอาศัยชาวไซเบอร์ช่วยกันคิดต่อ ผมเองขอเสนอในที่นี้เพียงสองประเด็น
ประเด็นแรกก็คือการพยายามสอดส่องดูแล และห้ามปรามน้อง ๆ ที่กำลังจะก้าวข้ามแดนจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นสุภาพชนไปสู่ผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนนิสัยเป็นคนหยาบคาย ก้าวร้าวและหลงผิด ผู้ดูแลเว็บทั้งปวงต้องพยายามปิดกั้นคนที่ไร้มารยาท หยาบคาย และมีนิสัยโน้มเอียงไปทางลามกอนาจารให้ได้ มีคำถามเชิงสิทธิในการแสดงออกว่าใช้ข้ออ้างใดไปห้ามปรามเขา เขามีสิทธิ์จะพูดอะไรก็ได้ ผมคิดว่านี่เป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง เรามีสิทธิ์ที่จะแสดงออกก็จริงอยู่ แต่การแสดงออกนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคม เช่น สังคมไม่ยอมให้เราไปพูดหมิ่นประมาทคนอื่น ไม่ยอมให้ไปด่าว่าบุพการีคนอื่น ไม่ยอมให้เปลือยกายในที่สาธารณะ เราก็ต้องยอมรับกฏเกณฑ์นั้น และเราคอยช่วยกันป้องกันกฎเกณฑ์ที่สังคมส่วนใหญ่เห็นว่าดีนี้ดำรงอยู่ได้นานๆ
ผมเชื่อว่าผู้ดูแลเว็บจำนวนมาก ได้พยายามทำเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่ได้ทำจริงจัง ผมไม่มีเวลาว่างมากนักสำหรับอ่านเว็บบอร์ดเลยในอดีต เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้บังเอิญเข้าไปอ่านเว็บบอร์ดเรื่องหนึ่ง อ่านแล้วตกใจมากที่เห็นถ้อยคำที่หยาบคายในทางเพศอย่างไร้เหตุผล ทั้งๆ ที่เนื้อหาที่กำลังอภิปรายอยู่นั้นเป็นเรื่องที่ดีงาม ผมคิดว่าบุคคลเช่นนี้ ควรได้รับการกำจัดออกไปจากสังคมไซเบอร์โดยเร็ว จนกว่าเขาจะรู้สึกสำนึกผิด และยอมกลับเข้ามาอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสุภาพชน
ผมไม่ได้เสนอถึงขั้นว่าต้องมีตำรวจคอยตรวจตรา แต่ผมเห็นว่าเราต้องประกาศนโยบายของเราให้ชัดเจนว่า เว็บทุกเว็บของสมาชิกสมาคมของเราเป็นเว็บที่ดี สะอาด และยกระดับจิตใจของคนในสังคมไซเบอร์ ไม่ใช่มีแต่เว็บที่มีแต่เรื่องตลกโปกฮา เรื่องตอบโต้ไร้สาระ หรือเป็นเครื่องมือในการสร้างข่าวลือที่สร้างความแตกตื่นให้แก่ประชาชน
เชื่อผมเถอะครับ ว่ามนุษย์ทั่วไปนั้นมีจิตใจรักความดีงามอยู่แล้ว อย่าไปพยายามเอาเรื่องเลวร้ายมาล่อให้จิตใจต่ำทรามลงเลยครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นจากระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้
เมื่อผมจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ นั้น คนสิงคโปร์มีระดับความเป็นอยู่เท่ากับคนไทย มีคนที่รู้และทำงานด้านคอมพิวเตอร์เท่ากับคนไทย แต่เวลานี้ เขาไปไกลกว่าเรามากมาย เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนผมไปบรรยายเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯ ของมาเลเซียฟัง และอธิบดีหลายกรมของอินโดนีเซียเดินทางมาเรียนระบบสารสนเทศกับผมที่เมืองไทย แต่เวลานี้มาเลเซียก็ก้าวนำหน้าเราไปร่วมเท่าตัวแล้ว และถึงแม้อินโดนีเซียจะยังมีปัญหามากอยู่ แต่เขาก็เริ่มจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย ผมไปสอนมาตรฐานการพัฒนาซอร์ฟแวร์ ตามโมเดล SW – CMM ให้กลุ่มบริษัทในฟิลิปปินส์เมื่อหลายปีมาแล้ว และขณะนี้พวกเขาพัฒนาไปมากจนมีบริษัทที่ได้มาตรฐานมากกว่าไทยไปไกลแล้ว ผมเดินทางไปสอนการพัฒนาซอร์ฟแวร์เป็นงานอุตสาหกรรมให้บริษัทคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลเวียดนามมาแล้วหลายครั้ง ผมเชื่อว่าไม่ช้าพวกเขาจะก้าวหน้าข้ามเราไปอีก ถ้าหาก...เรายังคงหมกมุ่นอยู่กับเรื่องไร้สาระต่าง ๆ ที่ถูกบรรดาสื่อทั้งหลายนำมามอมเมาอยู่ในปัจจุบัน
ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราต้องเปลี่ยนนิสัยคนไทยจากคนจับจด สนใจแต่เรื่องง่ายๆ ตื้นๆ สนุกๆ และใช้ชีวิตตามยถากรรมไปวันต่อวัน ให้กลายเป็นรักการเรียนรู้ รักการทำงาน และเต็มใจที่จะช่วยกันนำพาประเทศไทยของเราให้ก้าวไปสู่ความเจริญมั่งคั่ง ประเทศของเราไม่ต้องการคนที่ได้ปริญญาโทและเอกจอมปลอมซึ่งได้จากการซื้อและจ้างคนมาทำวิทยานิพนธ์ ผ่านมหาวิทยาลัยที่กลายเป็นตลาดปริญญา แต่ต้องการคนที่มีความรู้จริงและทำงานเป็นจริงมากกว่า
อาจารย์นิเทศศาสตร์ท่านหนึ่งเย้าว่า ผมกำลังใฝ่ฝันอยากให้คนไทยมีนิสัยแบบคนญี่ปุ่น เรื่องนี้ผมไม่เถียงครับ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับนิสัยของคนไทยเสียใหม่ ถ้าเรายังอยากให้มีประเทศไทยอยู่บนแผนที่โลกในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า













