.:: ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพี่นาง ,สมเด็จพระพี่นาง
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

          ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ทางด้านชีววิทยา เกี่ยวกับวงจรชีวิตของเต่าทะเล เปิดให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม โดยทางศูนย์ฯ ได้จัดวิทยากรให้คำบรรยาย ชมวีดีทัศน์และนำชมนิทรรศการ และชมความน่ารักของเต่าทะเลที่บ่ออนุบาล ผู้เยี่ยมชมจะได้สัมผัสกับวงจรชีวิตของเต่าทะเล ซึ่งทางศูนย์ฯ มุ่งเน้นให้เกิดความรู้สึกรักและหวงแหนทรัพยากรเต่าทะเลของไทยที่กำลังจะสูญพันธุ์






สารบัญ

[แก้ไข] ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ (SEA TURTLES CONSERVATION CENTER)

[แก้ไข] ประวัติความเป็นมา

การเพาะฟักและการเพาะเลี้ยงในอดีต

          นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 เป็นต้นมา กองทัพเรือได้จัดตั้งศูนย์เก็บและเพาะฟักไข่เต่าทะเลขึ้นที่หาดหน้าบ้าน เกาะคราม ลักษณะของอาคารเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น การดำเนินงานเก็บไข่เต่าทะเลนำจำหน่ายตามที่ได้รับสัมปทานและส่วนหนึ่งไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็น จะดำเนินการเพาะฟักและปล่อยลูกเต่าทะเลลงสู่ธรรมชาติตั้งแต่เกิดโดยไม่ได้นำมาอนุบาลเหมือนปัจจุบัน


การเพาะฟักและเพาะเลี้ยงในปัจจุบัน

          ตั้งแต่ พ.ศ.2527 ขณะนั้น พล.ร.อ.ประเจตน์ ศิริเดช เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.วิญญาน สันติวิสัฏฐ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ดูแลโครงการอนุรักษ์ต่างๆ ของกองทัพเรือ (3 โครงการ) โดยเฉพาะการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ซึ่งท่านได้ให้ความสนใจเป็นกรณีพิเศษ สืบเนื่องจากกองทัพเรือได้ดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลมาก่อนหน่วยงานอื่นๆ แต่ขาดการประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล พล.ร.อ.วิญญาน ได้สั่งการให้งดการจำหน่ายไข่เต่าทะเลและนำมาเพาะฟักทั้งหมด พร้อมทั้งดำเนินการอนุบาล ลูกเต่าทะเลจนกระทั่งมีอายุ 3 - 6 เดือน จึงนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยมีการจัดกิจกรรมตามที่ต่างๆ เพื่อสร้างจิตสำนึก ตามระยะเวลาและโอกาสที่ อำนวยต่อไป

          เมื่อมีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องงานอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลของกองทัพเรือเพิ่มขึ้น ทำให้มีผู้ขอเยี่ยมชมที่เกาะครามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความสะดวกและปลอดภัย และไม่เป็นการรบกวนแม่เต่าทะเลที่ขึ้นวางไข่บริเวณรอบเกาะคราม หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งจึงได้สร้างศูนย์เพาะเลี้ยงเต่าทะเลที่บริเวณชายหาดของหน่วยและสร้างอาคารบรรยาย เพื่อให้ความรู้แก่บุคคล และคณะต่างๆ ที่ขอเยี่ยมชม ปัจจุบันศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของ กองทัพเรือ ในจังหวัดชลบุรี


[แก้ไข] ที่ตั้ง

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ
ฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
แผนที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล


[แก้ไข] เวลาเยี่ยมชม

เปิดให้เยี่ยมชมตั้งแต่เวลา 8.30 น. - 16.30 น. ทุกวัน(ไม่เว้นวันหยุดราชการ)


[แก้ไข] ติดต่อ

ฝ่ายกิจการพลเรือน
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20180
โทรศัพท์ 0-3843-1477, 0-3824-5736-65 ต่อ 066-1035, 066-6178


กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
พระราชวังเดิม บางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ 10600
โทรศัพท์ 0-2466-0336


[แก้ไข] ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเต่าทะเล

          เต่าทะเลเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เคยมีหลักฐานพบว่าอาศัยอยู่ทั่วไปมากว่า 130 ล้านปี นอกจากนั้นยังมีหลักฐานว่าเคยพบซากโบราณ (Fossil) ก่อนหน้านั้นไม่น้อยกว่า 200 ล้านปี การแพร่กระจายของเต่าทะเลพบเฉพาะในเขตร้อนและเขตอบอุ่น เต่าทะเลทั่วโลกที่พบมีอยู่ 8 ชนิดด้วยกัน คือ เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea), เต่ากระ (Erethmochelys imbricata), เต่าตนุ (Chelonia mydas), เต่าตนุหลังแบน (Chelonia depressa ), เต่าหัวค้อน (Caretta Caretta), เต่าหญ้า (Lepidochelys olivacea) เต่าหญ้าแอตแลนติก (Lepidochelys kempii) และเต่าดำ (Chelonia agassizii )

          เต่าทะเลในน่านน้ำไทยที่เคยพบและรายงานไว้มีทั้งหมด 5 ชนิด จัดเป็น 2 วงศ์ (Family) คือ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหัวค้อนและเต่ามะเฟือง


[แก้ไข] วงศ์ CHELONIIDAE

เต่ากระ Hawksbill Turtle ( Eretmochelys imbricate ) ลักษณะเด่น : จะงอยปากค่อนข้างแหลมงุ้มคล้ายปากเหยี่ยว เกล็ดบนส่วนหัวตอนหน้า มี 2 คู่ เกล็ดบนกระดองแถวข้างมี จำนวน 4 เกล็ด ลักษณะเด่นชัด คือเกล็ดบนกระดองมีลวดลายริ้วสีสวยงาม และลักษณะของเกล็ดซ้อนกันเห็นได้ชัด ลักษณะค่อนข้างคล้ายเต่าตนุ ขนาด : โตเต็มที่ยาวประมาณ 100 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม ขนาดโตถึงขั้นแพร่พันธุ์ได้ประมาณ 70 เซนติเมตร อาหาร : เต่ากระอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง โดยเฉพาะเมื่อขนาดเล็ก จะอาศัยตาม ชายหาดน้ำตื้น กินสัตว์จำพวกฟองน้ำ หอย และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดต่างๆ เป็นอาหาร แหล่งที่พบ : แหล่งวางไข่เต่ากระในอ่าวไทย พบที่ เกาะคราม จ.ชลบุรี และพบกระจัดกระจายตามหมู่เกาะต่าง ๆ ทางทะเลอันดามัน รวมทั้งแนวหาดทราย จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต


เต่าหญ้า Olive Ridley Turtle ( Lepodochelys olivacea ) ลักษณะเด่น : กระดองเรียบ สีเทาอมเขียว สีสันของกระดองไม่สวยงามเท่า เต่ากระและเต่าตนุ ส่วนหัวค่อนข้างโต จะงอยปากมนกว่าเต่าตนุที่แตกต่างกันชัดเจน คือ เกล็ดบน ส่วนหัวตอนหน้า มีจำนวน 2 คู่ และเกล็ดบนกระดองแถวข้างมีจำนวน 6-8 แผ่น ในขณะที่เต่าตนุและเต่ากระมีเพียง 5 แผ่น และลักษณะพิเศษของเต่าหญ้า คือกระดอง ส่วนท้องแถวกลาง ( Inframarginal Scale ) มีรูสำหรับขับถ่ายหรือรูเปิดสำหรับประสาท รับความรู้สึก (ยังไม่ทราบระบบการทำงานที่ชัดเจน) จำนวน 5 คู่ ขนาด : เต่าหญ้าเป็นเต่าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุดในจำพวกเต่าทะเล ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 75-80 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ขนาดโตเต็มที่สามารถแพร่พันธุ์ได้ความยาวกระดองประมาณ 60 เซนติเมตร อาหาร : เต่าหญ้ากินพวก หอย ปู ปลา และกุ้งเป็นอาหาร จึงอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลทั่วไป มีจะงอยปากใหญ่คมและแข็งแรงสำหรับกัดหอยที่มีเปลือกเป็นอาหาร แหล่งวางไข่ : พบมากทางฝั่งทะเลอันดามัน ตามหาดทรายฝั่งตะวันตกของ จ.ภูเก็ต พังงา และหมู่เกาะในทะเลอันดามัน ไม่พบเต่าหญ้าขึ้นวางไข่ฝั่งอ่าวไทย


เต่าหัวค้อน Loggerhead Sea Turtle ( Caretta caretta ) ลักษณะเด่น : ลักษณะเด่นทั่ว ๆ ไปคล้ายเต่าหญ้าและเต่าตนุมาก ต่างกันที่เกล็ดบน ส่วนหัวตอนหน้ามี จำนวน 2 คู่ เท่ากับเต่าหญ้าแต่เกล็ดบนกระดองหลังแถวข้างมีจำนวน 5 แผ่นซึ่งต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นๆ และรูปทรงของกระดองจะเรียวเล็กลงมาทางส่วนท้าย อาหาร : กินอาหารจำพวก หอย หอยฝาเดียว และปู เป็นอาหาร แหล่งวางไข่ : ปัจจุบันไม่มีรายงานการพบเต่าหัวค้อนขึ้นวางไข่ ในแหล่งวางไข่เต่าทะเลของไทยอีกเลยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เพียงแต่มีรายงานพบหากินอยู่ในน่านน้ำไทย


เต่าตนุ Green Sea Turtle ( Chelonia mydas ) ลักษณะเด่น : เกล็ดบนส่วนหัวตอนหน้า ( Prefrontal Scale ) มีจำนวน 1 คู่ เกล็ด บนกระดองแถวข้าง ( Costal Scale ) จำนวน 4 เกล็ด ลักษณะขอบของเกล็ดจะเชื่อมต่อกัน ไม่ซ้อนกัน สีสันและลวดลายสวยงาม โดยมีกระดองสีน้ำตาลอมเหลือง มีลายริ้วสีจางกว่ากระจายจากส่วนกลางเกล็ด มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เต่าแสงอาทิตย์ ขนาด : โตเต็มที่ความยาวกระดอง ประมาณ ๑๕๐ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๒๐๐ กิโลกรัม ขนาดโตถึงแพร่พันธุ์ ความยาวประมาณ 80 เซนติเมตร อาหาร : เต่าตนุเป็นเต่าชนิดเดียวที่กินพืชเป็นอาหาร เมื่อพ้นวัยอ่อนแล้ว อาหารหลัก ได้แก่ พวกหญ้าทะเล และสาหร่ายชนิดต่าง ๆ เต่าตนุในวัยอ่อนจะกินทั้งพืชและเนื้อสัตว์ เป็นอาหาร แหล่งที่พบ : แหล่งวางไข่เต่าตนุในอ่าวไทย พบที่เกาะคราม จ.ชลบุรี และพบประปรายทางฝั่งอันดามัน ทางชายทะเลตะวันตกของ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต รวมทั้งบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน

[แก้ไข] วงศ์ DERMOCHELYIDE

เต่ามะเฟือง Leatherback Sea Turtle ( Dermochelys coriacea ) ลักษณะเด่น : เต่ามะเฟืองแตกต่างจากเต่าทะเลชนิดอื่นอย่างชัดเจน ตรงที่มีขนาดใหญ่มากนอกจากนั้นกระดองไม่เป็นเกล็ด มีลักษณะเป็นแผ่นหนังหนามีสีดำ อาจมีสีขาวแต้มประทั่วตัว กระดองเป็นสันนูนตามแนวความยาวจากส่วนหัวถึงส่วนท้าย จำนวน 7 สัน ไม่มีเกล็ดปกคลุมส่วนหัว จะงอยปากบนมีลักษณะเป็นหยัก 3 หยัก ขนาด : ขนาดโตเต็มที่มีความยาวกระดอง ประมาณ 250 ซม. น้ำหนักกว่า 1,000 กก. ขนาดที่พบขึ้นมาวางไข่ไม่ต่ำกว่า 150 ซม. อาหาร : เต่ามะเฟืองอาศัยอยู่ในทะเลเปิด กินอาหารจำพวกพืชและสัตว์ที่ล่องลอยตามน้ำ โดยอาหารหลักได้แก่ แมงกะพรุน แหล่งวางไข่ : เต่ามะเฟืองปัจจุบันมีจำนวนน้อยมาก พบขึ้นวางไข่บ้างบริเวณหาดทรายฝั่งอันดามัน จ.พังงา ภูเก็ต และหมู่เกาะต่าง ๆ ปัจจุบันไม่พบเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ในอ่าวไทย


          ในอดีตเคยมีเต่าทะเลชุกชุม ทั้งทางอ่าวไทยและทะเลอันดามัน บริเวณที่เคยพบเต่าทะเลขึ้นมา วางไข่ทางฝั่งอ่าวไทยได้แก่ ชายหาดตามเกาะต่าง ๆ ของจังหวัดชลบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ เกาะกระ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัตตานี และนราธิวาส ส่วนทางฝั่งอันดามันพบเต่าทะเลขึ้นวางไข่บริเวณ ชายหาดฝั่งตะวันตก ของจังหวัดภูเก็ต พังงา และหมู่เกาะใกล้เคียง นอกจากนี้พบบ้างที่จังหวัดตรัง และสตูล

          ปัจจุบันเต่าทะเลในพื้นที่อ่าวไทยเหลือน้อยมาก ชายหาดและเกาะที่ยังพบเป็นแหล่ง วางไข่ตามธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอทุกปี เหลือเพียงเกาะบริเวณอ่าวสัตหีบ ซึ่งอยู่ในเขตรักษาความปลอดภัยทางทหารเรือ ที่สำคัญได้แก่ เกาะคราม เกาะอีร้า และ เกาะจาน จังหวัดชลบุรี เป็นต้น ส่วนทางพื้นที่ทะเลอันดามัน ยังคงปรากฏการขึ้นวางไข่ ที่หาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา บริเวณหาดในยาง จังหวัดภูเก็ต และหมู่เกาะต่างๆ ที่ยังอยู่ห่างไกลจากฝั่ง ได้แก่ หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้น


ขอบคุณข้อมูลจาก
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ

 
 
 
© Copy Right www.panyathai.or.th    Hosted by kapook.com