.:: สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search

        สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammalians) เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีวิวัฒนาการสูงที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิต ลักษณะเด่นคือ มีต่อมน้ำนม สำหรับผลิตนมใช้เลี้ยงลูกในระยะแรกเกิด มีสมองขนาดใหญ่จึงมีความเฉลียวฉลาดมากกว่าสัตว์กลุ่มอื่นๆ เป็นสัตว์เลือดอุ่นสามารถ ปรับอุณหภูมิของร่างกายให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมได้ดี และมีขนขึ้นที่ผิวหนังปกคลุมร่างกาย เพื่อช่วยในการรักษาอุณหภูมิให้ร่างกาย เพื่อช่วยในการรักษาอุณหภูมิให้ร่างกาย แต่บางชนิดเช่น ตัวลิ่นมีขนขึ้นใต้เกล็ดแข็งที่หุ้มตัว

สารบัญ

[แก้ไข] ความเป็นมา

        ต้นกำเนิดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เกิดในยุค triassic เมื่อประมาณ 215 ล้านปี ซึ่งมีวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด ซึ่งหลังจากที่ยุคไดโนเสาร์เริ่ม สูญพันธุ์เมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว

        สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 4,000 กว่าชนิด 17 อันดับ ที่พบในเมืองไทยมี 14 อันดับ เป็นสัตว์ทะเล 2 อันดับ และสัตว์บก 12 อันดับ การจัดจำแนกอาศัยลักษณะของกระโหลก ฟัน เครื่องปกคลุมร่างกาย เขา เล็บ และกรงเล็บ มือและเท้า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบส่วนใหญ่ในพื้นที่อุทยานฯ เป็นสัตว์ป่าจึงพบได้ไม่บ่อยนักยกเว้น ลิงแสม นาก พังพอน และกระรอก ที่พบทั่วไป ตามป่าชายเลนและป่าชายหาด ส่วนสัตว์ป่าที่พบเห็นในเวลากลางคืนมักเป็นสัตว์เล็ก เช่น ชะมด อีเห็น และนางอาย เป็นต้น

[แก้ไข] การแบ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ตามลักษณะของการออกลูกและเลี้ยงลูก

        สามารถแบ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตามลักษณะของการออกลูกและเลี้ยงลูกได้ 3 กลุ่ม คือ

[แก้ไข] 1. กลุ่มที่ออกลูกเป็นไข่

        พวกนี้จะวางไข่เหมือนสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลาน โดยมีเปลือกแข็งหุ้ม พบว่ามีเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด ซึ่งเป็นสัตว์พบเฉพาะออสเตรเลีย และนิวกินีเท่านั้นภายหลังตัวอ่อนออกจากไข่ แล้วกินนมจากแม่เพื่อเจริญเติบโตต่อไป

[แก้ไข] 2. กลุ่มที่มีถุงหรือกระเป๋าบริเวณหน้าท้อง

        พวกนี้จะมีถุงบริเวณ หน้าท้องไว้สำหรับเลี้ยงดูตัวอ่อนซึ่งมีขนาดเล็กมาก เพราะมดลูกของสัตว์กลุ่มยังไม่พัฒนาดีนัก จึงให้ลูกเจริญเติบโต ภายในมดลูกได้เพียงระยะสั้นๆ แล้วต้องให้ตัวอ่อนมาเจริญอยู่ภายในถุงบริเวณหน้าท้อง ได้แก่ จิงโจ้ หมีโคอะม่า และวัลลาบี ( คล้ายจิงโจ้แต่มีขนาดเล็กกว่า ) ซึ่งพบเฉพาะในประเทศออสเตรเลียเท่านั้น

[แก้ไข] 3. กลุ่มที่มีรก

        พวกนี้จะมีมดลูกที่พัฒนาดี โดยมีการสร้างรกเชื่อมระหว่างถุงหุ้มตัวอ่อนกับผนังมดลูกของแม่ ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนสารต่างๆ ระหว่างแม่กับตัวอ่อนรวมทั้งอาหารต่างๆ จากแม่ก็จะถูกส่งไปยังตัวอ่อน เพื่อให้เจริญเติบโตภายในมดลูก โดยผ่านทางรก ตัวอ่อนจะเจริญอยู่ภายในมดลูกของแม่จนสมบูรณ์เต็มที่ จึงคลอดออกมาและดูดกินนมจากแม่อีกระยะหนึ่งจนโตพอที่จะดำรงชีวิตได้เอง ได้แก่ คน ช้าง ม้า วัว ควาย สุนัข แมว หมู เสือ สิงโต หมี ลักษณะที่สำคัญ มีขนลักษณะเป็นเส้นสั้นๆ ปกคลุมลำตัว ตัวเมียมีต่อมผลิตน้ำนมสำหรับเลี้ยงตัวอ่อน หายใจด้วยปอด มีหัวใจ 4 ห้อง มีแขน ขา ไม่เกิน 2 คู่ ออกลูกเป็นตัว ยกเว้นบางชนิดออกเป็นไข่ เช่น ตุ่นปากเป็ด และตัวกินมด บางชนิดยังอาศัยอยู่ในน้ำ เช่น ปลาวาฬปลาโลมา ปลาพะยูน บางชนิดบินได้ เช่น ค้างคาว

[แก้ไข] สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล

        สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล มี 2 อันดับ คือ

[แก้ไข] 1. กลุ่มของพะยูน order Sirenia

        ซึ่งมีอยู่เพียง 4 ชนิด สำหรับพะยูน ซึ่งอยู่ในสกุล Dugong มีเพียงชนิดเดียวคือ Dugong dugon มีการแพร่กระจายเฉพาะในเขตอินโด-แปซิฟิก จากออสเตรเลียถึงอินเดีย ส่วนอีก 3 ชนิดเป็นพวก manatees มีการแพร่ กระจายอยู่ในแอฟริกา ยุโรป และอเมริกา ไม่พบในประเทศไทย

        พะยูนเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ในประเทศไทยพบพะยูนฝูงใหญ่ประมาณ 50-60 ตัวในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ส่วนบริเวณอื่นๆ จะพบเพียง 2-3 ตัว เท่านั้น เนื่องจากหญ้าทะเลเป็นอาหารหลักเพียงชนิดเดียวของพะยูน ดังนั้นจะพบพะยูนได้ในเฉพาะ ที่มีแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่เท่านั้น

        สำหรับในบริเวณชายฝั่งสถานีวิจัยทรัพยากรชายฝั่งระนองได้พบพะยูนในแหล่งหญ้าทะเล ทุ่งนางดำ จังหวัดพังงาในปี พ.ศ. 2540 และ 2542 ในขณะทำการสำรวจแหล่งหญ้าทะเลในช่วงน้ำขึ้นสูงสุด และในเดือนพฤษภาคม 2542 มีรายงานจากชาวประมงพบพะยูน 2 ตัวว่ายใกล้เกาะหนุ่ยห่างจากสถานีฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร และจากสถิติการพบพะยูนในพื้นที่จังหวัดระนองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา พบลูกพะยูน 1 ตัวว่ายน้ำบริเวณกระชังเลี้ยงปลาในเขตตำบลนาคา

        ในเดือนพฤศจิกายน 2538 พบพะยูนติดโพงพางตาย บริเวณหาดทรายดำ อำเภอเมือง ในเดือนมีนาคม 2539 พบพะยูนลอยตามบริเวณ หมู่เกาะดำ ซึ่งเป็นพะยูนเพศเมียมีขนาดยาวกว่า 2 เมตร จากการศึกษาอายุโดยคำนวณจากฟัน น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 37 ปี จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่ชายฝั่งระนองยังคงมีพะยูนอาศัยอยู่บ้างเนื่องจากยังคงมีแหล่งหญ้าทะเลตามเกาะและชายฝั่ง ในพื้นที่จังหวัดระนอง ดังนั้นจึงควรช่วยกันอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของพะยูนต่อไป

[แก้ไข] 2. กลุ่มของโลมา และ วาฬ order Cetacea

        มีอยู่ประมาณ 84 ชนิด กลุ่มโลมาและวาฬในพื้นที่ชายฝั่งพบโลมาอย่างน้อย 3 ชนิด ได้แก่

        ว่ายน้ำหากิน อยู่ตาม ชายฝั่งและตามเกาะต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม จะพบโลมามากจากการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับโลมา ในพื้นที่สถานีฯ ในปี พ.ศ. 2538 พบโลมาหัวบาตร 1 ตัว ติดอวนตาย 1 ตัว และในปี พ.ศ. 2541 พบโลมากระโดด 1 ตัว ถูกคลื่นพัด เข้าเกยหาดทราย และตายภายหลังจากนำมาพักในสถานีฯ

        สำหรับวาฬที่พบบริเวณชายฝั่งระนอง เนื่องจากชายฝั่งค่อนข้างตื้นจึงพบ วาฬเข้ามาในบริเวณชายฝั่งไม่บ่อยนัก ยกเว้นในปี พ.ศ. 2541 ช่วงเดือนเมษายน มีรายงานว่ามีวาฬเข้ามาอยู่ชายฝั่งประมาณ 2-3 วัน ในบริเวณเกาะกำและเกาะค้างคาวและในปี พ.ศ. 2542 ช่วงเดือนมิถุนายนชาวประมงพบวาฬว่ายอยู่ใกล้หมู่เกาะกำอยู่บ่อยครั้ง


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

- อักษรดอทคอม

- อักษรดอทคอม

- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

- Thaigoodview.com

 
 
 
   Hosted by kapook.com