Views
จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี
นครอโยธยานี้มีการกล่าวถึงในศิลาจารึกสุโขทัยว่า "อโยธยาศรีรามเทพนคร" หรือ นครพระราม ที่คู่กันมากับเมือง ศรีสุพรรณภูมิ บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนทางตะวันออกเกาะเมืองอยุธยาที่มีการขุดพบคูเมืองเก่าด้วย ทำให้เชื่อกันว่าบริเวณนี้น่า จะเป็นเมืองเก่าที่มีชื่ออยู่ในศิลาจารึกกรุงสุโขทัยว่า อโยธยาศรีรามเทพ นคร ซึ่งอโยธยาศรีรามเทพนคร ปรากฏชื่อเป็นเมืองแฝดละโว้อโยธยา มาตั้งแต่ช่วงราวปี พ.ศ.1700 เป็นต้นมา
[แก้ไข] อโยธยาศรีรามเทพนคร
ในบรรดาราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่บนแหลมสุวรรณภูมิแต่โบราณกาล ก่อนยุคสมัย กรุงศรีอยุธยา นอกจากจะมี อาณาจักรขอม อาณาจักรพุกาม อาณาจักรทวาราวดีแล้ว ยังมีอาณาจักรที่มีชื่อบันทึกในพระราชพงสาวดาร เหนือว่า "อโยธยา" หนังสือตำนาน มูลศาสนา เรียกเมืองนี้ว่า "เมืองราม" ส่วนศิลาจารึกที่พบที่เขากบจังหวัด นครสวรรค์ ได้บันทึกชื่อเต็มของเมืองนี้ไว้ว่า " อโยธยาศรีรามเทพนคร "
อาณาจักร ศรีรามเทพนครจะเริ่มก่อตั้ง เมื่อไรไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน .....แต่ทุก วันนี้มีผู้รู้หรือได้ยิน เรื่องราวของอาณาจักรโบราณนี้น้อยมากแต่จากปรากฏ ชื่อ ในตำนานมูลศาสนาใน เรื่องของ การสร้างเมืองหิริภุญไชย (ลำพูน) ว่าเมื่อฤาษี วาสุเทพ สร้างเมือง หิริภูญไชยเสร็จแล้ว ก็ได้ส่งฑูตไปเชิญ พระนางจามเทวี พระราช ธิดาของกษัตริย์ละโว้ ให้มาครอง เมือง และระบุว่า พระนางจามเทวีกำลังทรงพระครรภ์ ได้ ๓ เดือน พระสวามีของพระนาง เป็น อุปราชครองเมืองราม ซึ่งก็คือ เมืองศรีรามเทพนครนั่นเอง
วัดอโยธยา หรือ วัดเดิม ซึ่งเชื่อว่า ณ ที่แห่งนี้ เป็นศูนย์กลางและเป็นที่ตั้ง ของอาณาจักร โบราณที่มีชื่อว่า กรุง อโยธยาศรีรามเทพนครเรื่องราวเกี่ยวกับการ สร้างเมือง หิริภูญไชยแห่งนี้เกิดในพุทธศตวรรษ ที่ ๑๓ ดังนั้น ศรีรามเทพนคร จึงน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า พุทธศตวรรษที่ ๑๓ เป็นแน่ แต่จะเก่า ขนาดไหนเดี๋ยวเราจะเข้าไปดูหลักฐานทางโบราณคดีอีกที แต่แค่พุทธศตวรรษที่ ๑๓ นี้ก็เก่าแก่ร่วมสมัยกับศิลปะแบบกุเลนอันเป็นศิลปะในยุคแรกๆ ของ อาณาจักรขอม ถึงตอนนี้มาดูหลักฐาน ทางเอกสารกันก่อนในพระราช พงศาวดารเหนือ และ คำให้การของชาวกรุงเก่าระบุว่าปรากฏรายนามพระมหากษัตริย์ศรีรามเทพนคร นับได้รวม 19 พระองค์...ดังรายพระนามต่อไปนี้
- พระเจ้าจันทรโชติ
- พระนารายณ์
- พระเจ้าหลวง
- พระเจ้าปทุมสุริยวงศ์
- พระเจ้าอินทรราชา
- พระเจ้าจันทรราชา
- พระร่วง
- พระเจ้าลือ
- พระมหาพุทธสาคร
- พระยาโคตรตะบอง
- พระเจ้าสินธพอำมรินทร์(พระยาแกรก)
- พระเจ้าสายน้ำผึ้ง
- พระยาธรรมิกราช (พระสุธรรมราชา)
- พระเจ้าพิไชยราช
- พระพิษณุราชา
- พระศรีแสน
- พระชัยนาท
- พระสุรินทรราชา
- พระอินทราชา
มีเรื่องราวที่บันทึกไว้ถึงเหตุการณ์สำคัญในแต่ละรัชสมัยของกษัตริย์ศรีรามเทพนครนี้ น้อยมาก โดยเฉพาะ ในช่วงรัชกาล ท้ายๆ รัชกาลที่ ๑๔-๒๐ นั้นมีบันทีกรายพระนาม ของกษัตริย์ไว้ แต่ใน คำให้การของชาวกรุงเก่าเท่านั้น ส่วนในพระราชพงศาวดารเหนือ ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ เหตุการณ์อื่นๆเลย แม้แต่ในรัชกาลต้นๆ ที่ปรากฏในคำให้การ ชาวกรุงเก่าก็ใช่ว่าจะมีเรื่องราว อะไรมาก ส่วนใหญ่ก็จะ เป็นเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แทบทั้งนั้น อีกเรื่องที่มี การกล่าวถึงคือ การสร้างวัดในแต่ละรัชกาล ซึ่งจุดนี้ เป็นที่น่าสนใจและทำให้สามารถสืบค้นได้ว่า วัดวาอาราม ใด ได้สร้างขึ้นในสมัยของ ศรีรามเทพนคร การที่จะดูได้ว่าวัดใด สร้างในยุค ของ ศรีรามเทพนคร สามารถดู ได้จากวัดนั้นหันหน้าไปทางทิศไหน... เนื่องจากคติใน การสร้างวัดในยุคนี้นิยมสร้าง วัดโดยหันหน้า วัดเข้าหาแม่น้ำ ในขณะที่วัดในสมัย กรุงศรีอยุธยาตอนต้นนั้น นิยมสร้างวัด โดย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนใน ด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมนั้น นักโบราณคดี และ ประวัติศาสตร์ ศิลปะเขาศึกษา ศิลปกรรมของศรีรามเทพนคร แล้วก็ศรีรามเทพนคร นั้นเป็นเมืองโบราณมาตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศิลปกรรมจึงมี ลักษณะ ที่สืบเนื่องมาจาก วัฒนธรรมทวาราวดี ต่อมาศิลปกรรมตอนยุคกลางของ ศรีรามเทพนคร ก็ได้เปลี่ยนไปมีลักษณะ แบบ ศิลปะลพบุรี และ ศิลปกรรมตอน ยุคปลายของศรีรามเทพนคร จะกลายเป็นแบบอู่ทอง
ศิลปกรรมแห่งศรีรามเทพนครนั้นสามารถแบ่งเป็น ๒ ส่วนคือปฏิมากรรมและสถาปัตยกรรม ซึ่งมีลักษณะสำคัญที่สังเกตได้ชัดคือสถาปัตยกรรมของศรีรามเทพนคร นั้น จะมีเทคนิคการก่อสร้างโดยใช้อิฐขนาดใหญ่ก่อเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ โดยไม่สอปูน แต่ใช้วัสดุพิเศษเชื่อมอิฐแต่ละก้อนเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิทต่างกับ สถาปัตยกรรมสมัย กรุงศรีอยุธยาที่มักจะใช้วิธีการก่ออิฐถือปูนแบบธรรมดา
สถาปัตยกรรมของศรีรามเทพนครที่หลงเหลืออยู่มักจะเป็นสถูปเจดีย์ซึ่งนักประวัติศาสตร์ ศิลป์ ได้แบ่งออกเป็น ๖ แบบได้แก่
- ๑.เจดีย์แบบทวาราวดี
- ๒.เจดีย์แปดเหลี่ยมมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ๘ ทิศ
- ๓.เจดีย์แปดเหลี่ยมองค์ระฆังกลม มีซุ้มตื้นๆหรือไม่มีซุ้ม ประดิษฐาน พระพุทธรูป
- ๔.เจดีย์ แบบอู่ทอง
- ๕.เจดีย์แบบหินยานลังกามีองค์ระฆังใหญ่และฐานเตี้ย
- ๖.เจดีย์ทรงระฆังอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสูงมีช้างหรือสิงห์ล้อมรอบเจดีย์
ที่ผ่านมาเป็นโบราณสถานของศรีรามเทพนครที่ยังคงสภาพรกร้าง ดังที่เคยเป็นมา แต่เดิมตั้งแต่เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา หรืออาจจะก่อนหน้านั้นแต่ในอาณาบริเวณเดียวกัน นี้ยังคงมีโบราณสถานของศรีรามเทพนครอีกส่วนหนึ่ง ที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ ในสมัยพระนครศรีอยุธยาคือวัดมเหยงค์ และ วัดกุฏิดาว ซึ่งมีข้อความในพระราช พงศาวดารเหนือระบุว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๘๕๒ วัดมเหยงค์ ซึ่งเป็นวัดขนาดใหญ่ วัดหนึ่งในแถบนี้นั้นตามพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่าได้มีการ บูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัยพระบรมราชาธิราช(เจ้าสามพระยา) ครั้งหนึ่ง และในสมัย พระเจ้าท้ายสระได้มีการบูรณะใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกันกับวัดกุฏิดาว จากหลักฐาน สิ่งก่อสร้างของวัดทั้งสองก็พอหลงเหลือร่องรอยของศิลปะศรีรามเทพนคร ซึ่งก็ได้แก่ เจดีย์ประธานของวัดมเหยงค์ ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังตั้งอยู่บนฐานระเบียง มีช้างปูนปั้น ล้อมรอบ ซึ่งเป็นลักษณะของเจดีย์ของพุทธศาสนาลังกาวงศ์และเจดีย์ประธาน ของ วัดกุฏิดาวก็มีรูปทรงเก่าแก่แบบของศรีเทพนครเช่นกัน นอกจากวัดวาอาราม ที่กล่าวมา ซึ่งกล่าวได้ว่าสร้างขึ้นอยู่ศรีรามเทพนครแล้ว ยังมีวัดใหญ่ชัยมงคล และ วัดพนัญเชิง โดยเฉพาะวัดพนัญเชิงมีหลักฐานว่าสร้างขึ้น ในสมัยของศรีรามเทพนครเช่นกัน โดยมี ข้อความระบุในพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐนิติ์ว่า "จุลศักราช ๖๘๖ (พ.ศ. ๑๘๖๗) แรกสถาปนาพระพุทธเจ้าพแนงเชิง"
ส่วนพระพุทธรูปในช่วงศรีรามเทพนครตอนกลาง ซึ่งรับอิทธิพลของอาณาจักรขอม ที่นิยมสร้าง พระพุทธรูปศิลา แต่พระพุทธรูปศิลาของคนไทย จะมีเทคนิค การสร้างที่พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นคือนิยม แกะสลักหินเป็นชิ้นส่วนแล้วนำมาต่อเข้าด้วยกันแทนที่จะสลักหินทั้งแท่งเดียวนัยว่าเพื่อประโยขน์ในการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปศิลาของ ศรีรามเทพนครนี้ แรกๆก็จะเป็นแบบขอม คือมีพระพักตร์สี่เหลี่ยม เคร่งเครียด ในสมาธิต่อมาจึงพัฒนาขึ้นเป็นแบบอู่ทอง ซึ่งจะดูอ่อนหวานขึ้น พระพุทธรูปแบบอู่ทองตอนปลายที่เรียกว่า พระหน้านาง นั้นได้ชื่อว่ามีลักษณะงดงามที่สุด
สองร้อยปีต่อมา..กรุงศรีอยุธยากลับมีโอกาสฟื้นคืนความรุ่งเรืองแห่งอดีต ชึ้นมาอีก ครั้งหนึ่ง แม้จะเป็นบางส่วน ในวันที่กรุงศรีอยุธยาได้รับการยกย่องให้เป็น มรดกทาง วัฒนธรรมของโลก จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และ วัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ หรือยูเนสโก แต่....ศิลปะสถาปัตยกรรม อันงดงาม และยิ่งใหญ่ แห่งศรีรามเทพนคร ที่มีอายุเก่าแก่ร่วมสมัยกับอาณาจักรขอมและอาณาจักรพุกาม อันเลื่องชื่อทั้งอีก ยังเป็น ต้นแบบของศิลปกรรมแห่งกรุงศรีอยุธยานั้นก็ยังคงถูกทอดทิ้งไม่มีใครใน บ้านเมืองนี้ เหลียวแล.. มรดกนี้ถูกทิ้ง ให้จมอยู่ในป่าอันรกชัฏรอคอยวันเวลาที่จะพังภินท์ลง
ภาพของพระวิหารหลังหนึ่งภายใน วัดมเหยงส์ ภาพพระประธาน(หลวงพ่อวัดพนัญเชิง) วัดพนัญเชิง พระนครศรีอยุธยา
ขอขอบคุณข้อมูลจาก











