.:: เงินพดด้วง - คลังปัญญาไทย ::. .:: คลังปัญญาไทย : PanyaThai.or.th ::.
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
หน้าแรกคลังปัญญาไทย
เงินพดด้วง
 

จาก คลังปัญญาไทย, สารานุกรมฟรี

Jump to: navigation, search
ภาพ:Poddueng_11.jpg


          เงินพดด้วงของไทย เป็นเงินตราที่เป็น เอกลักษณ์ของไทย โดยเฉพาะไม่ซ้ำแบบของชาติใด มีค่าในตัวเอง เพราะทำด้วย โลหะมีราคา โดยมีน้ำหนักเป็นมาตรฐานวัดมูลค่า รูปทรงกระทัดรัด ทนทาน ผลิตด้วยมือ ทำจากแท่งเงินบริสุทธิ์ ทุบปลายทั้งสองข้าง ให้โค้งงอเข้าหากัน ทำให้มีรูปร่างกลมคล้าย ลูกปืนโบราณ ชาวต่างประเทศจึงเรียกว่า Bullet Coin ในสมัยอยุธยา ได้มีการ ประทับตราแผ่นดิน และตราประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ แต่ละพระองค์ รวมเป็น 2 ตราใบ เงินพดด้วงแต่ละอัน


สารบัญ

[แก้ไข] เงินตราไทยก่อนใช้เงินพดด้วง

ภาพ:Poddueng_1.jpg


          ในสมัยน่านเจ้า เงินที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน ส่วนมากเป็นเงินบริสุทธิ์ นำมาหล่อหลอม หรือ ตีเป็นแท่ง เป็นก้อน หรือเป็นกำไล ชาวต่างประเทศ เรียก Bracelet Money มีรูปร่างแตกต่างไปจาก เงินตราของจีน เงินในสมัยนี้มีขนาดหนึ่ง และ สองตำลึง มีตราหลายตราตีประทับบนเนื้อเงิน


ภาพ:Poddueng_2.jpg


          อาณาจักรล้านนาไทย ได้ทำเงินตราด้วย โลหะเงิน เป็นรูปวงกลมเรียกว่าเงินเจียง ทางภาคกลางเรียก เงินขาคีม ลักษณะยังอยู่ในประเภท เงินกำไล แต่ขาเหลี่ยม เงินเจียงส่วนใหญ่มีราคาตั้งแต่หนึ่งตำลึงลงมา


ภาพ:Poddueng_3.jpg


          อาณาจักรล้านช้าง ทำเงินเป็นแท่งยาว ปลายเรียว มีตราประทับก็มี ไม่มีตราประทับก็มี เรียกว่า เงินฮ้อย เงินลาด และเงินเฮือ ทางภาคเหนือเรียกว่า เงินปลิง เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายตัวปลิง ชาวต่างประเทศเรียกเงินชนิดนี้ว่า Bar Money เพราะมีลักษณะเป็นแท่ง

[แก้ไข] กำเนิดเงินพดด้วง

ภาพ:Poddueng_12.jpg


          กำเนิดเงินพดด้วง น่าจะเริ่มมีในปลายสมัยน่านเจ้า และก่อนสมัยสุโขทัยเล็กน้อย อยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 17 และ 18 โดยการดัดแปลงเงินกำไลแบบขากลมของอาณาจักรน่านเจ้ามาทำให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด มาเป็นเงินพดด้วงของไทย ข้อสันนิษฐานอีกประการหนึ่งก็คือเงินพดด้วงนี้ดัดแปลงมาจากเงินฮ้อย หรือเงินลาดขนาดเล็ก เมื่อนำมางอหัวท้ายเข้าหากันก็มีรูปร่างเป็นเงินพดด้วง

[แก้ไข] ผู้ผลิตเงินพดด้วง

[แก้ไข] สมัยสุโขทัย

ภาพ:Poddueng_4.jpg


          พระเจ้าแผ่นดินจะเป็นผู้ผลิตแต่ก็เปิดโอกาสให้ผู้ครองนคร พ่อค้า และประชาชนผลิตได้ ดังนั้นเงินพดด้วงในยุคกรุงสุโขทัย จึงไม่มีมาตรฐานแน่นอนในเรื่องขนาด น้ำหนัก เนื้อเงิน และการตีตรา

[แก้ไข] สมัยอยุธยา

ภาพ:Poddueng_5.jpg


          ทางราชการเป็นผู้ทำเงินพดด้วงทั้งหมด ดังมีหลักฐานปรากฎอยู่ในกฎหมายตราสามดวง และจดหมายเหตุของจีน เงินพดด้วงจึงมีมาตรฐานแน่นอนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

[แก้ไข] รูปร่างลักษณะของเงินพดด้วง

ภาพ:Poddueng_10.jpg


ภาพ:Poddueng_8.jpg


ภาพ:Poddueng_9.jpg


ภาพ:Poddueng_6.jpg


          รูปร่างลักษณะ มีสัณฐานกลม มี 6 ด้าน คือ ด้านบนใช้เป็นที่ตีตราปรจำแผ่นดิน ด้านหน้าเป็นที่ตีตราประจำรัชกาล บริเวณปลายทั้งสองข้าง ที่เป็นรอยผ่าบาก หรือประทับรอยเม็ดข้าวสาร ด้านหลังมักปล่อยว่าง ด้านข้างทั้งขวาและซ้ายเป็นรอยค้อนที่ตีลงไป เพื่อให้ของอ ด้านล่างมักใช้เป็นที่ประทับรอยเม็ดข้าวสาร

[แก้ไข] ขนาดและน้ำหนักของเงินพดด้วง

ภาพ:Poddueng_7.jpg


          ขนาดและน้ำหนัก มีตั้งแต่ หนึ่งบาท สองบาท สิบสลึง สี่บาท หรือหนึ่งตำลึง สิบบาท ยี่สิบบาท สี่สิบบาท และ แปดสิบบาท หรือหนึ่งชั่ง แต่ที่ผลิตใช้กันมากคือขนาดหนึ่งบาท ที่ราคาต่ำกว่าหนึ่งบาท ในสมัยอยุธยามีขนาด สองสลึง หนึ่งเพื้อง สองไพ และหนึ่งไพ มาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ยังมีขนาดสามสลึง และครึ่งไพอีกด้วย


[แก้ไข] ตราที่ประทับของเงินพดด้วง

[แก้ไข] ตราประจำรัชกาลสมัยสุโขทัย

ภาพ:Poddueng_13.jpg


          การประทับตราไม่แน่นอน ไม่มีแบบอย่างที่เป็นมาตรฐาน ตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมาจะมีตราประทับ อยู่สองตราคือ ตราประจำแผ่นดิน และตราประจำรัชกาล สมัยอยุธยาจะใช้ตราจักร หรือตราธรรมจักร เป็นตราประจำแผ่นดิน ตรานี้จะประทับไว้ด้านหน้าของเงินพดด้วง ส่วนตราประจำรัชกาลจะประทับไว้ด้านหลัง

[แก้ไข] ตราประจำรัชกาลสมัยอยุธยา

ภาพ:Poddueng_14.jpg


[แก้ไข] ตราประจำรัชกาลสมัยกรุงธนบุรี

ภาพ:Poddueng_15.jpg


          ตราแผ่นดินเป็นรูปจักรห้าแฉกระหว่างแฉกมีจุด ซึ่งต่างออกไปจากตราแผ่นดิน สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งส่วนมากเป็น แปดจุดล้อมจุดกลาง สำหรับตราประจำรัชกาล เป็นรูปซ่อมสองง่าม ปลายด้ามซ่อมมีจุด

          รูปร่างลักษณะของเงินดพดด้วง เหมือนกับเงินพดด้วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ ขาสั้นปลายขาอยู่ห่างกัน ไม่มีช่องระหว่างขา ไม่มีรอยบาท และมีรอยค้อนกลมข้างลงหนึ่งรอย

[แก้ไข] ตราประจำรัชกาลสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

          เงินพดด้วงมีใช้ต่อมาจนถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ผลิตเพื่อ เป็นที่ระลึกสองครั้ง แล้วไม่มีการผลิตอีก เนื่องจากเลิกใช้ เพราะใช้เงินแปหรือเงินแบน อันเป็นเหรียญกษาปณ์ ซึ่งเริ่มผลิตขึ้นไปตั้งแต่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ

[แก้ไข] พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

ภาพ:Poddueng_17.jpg


          ในระยะแรก มีตรารูปจักร และตรารูปกรี อย่างละหนึ่งตรา ต่อมาเมื่อได้มีพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ใช้ ตรารูปบัวผันแทนตรา รูปตรี สำหรับตรารูปจักรจะเป็นจักรแบบ แปดกลีบ กลางจักรมีจุดเหมือนกงจักร จึงมีรูปร่างคล้าย กงจักร อันเป็นอาวุธของพระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ ผิดกับจักรในสมัยอยุธยา ซึ่งมีลักษณะเหมือนธรรมจักรในพุทธศาสนา

          ตราประจำรัชกาลมีอยู่สองตรา คือ ตราตรีศูล หรือ เรียกกันว่า ตรี หรือ กรี อันเป็นอาวุธของพระศิวะ หรือพระอิศวร รูปร่างเป็นสามง่าม มีกรอบล้อมรอบ อีกตราหนึ่งคือ ตราบัวผัน หรือตราบัวอุณาโลม มีรูปร่างคล้ายสังข์เวียนขวา อยู่ในกรอบ มีพื้นเป็นลายกนก

[แก้ไข] พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ภาพ:Poddueng_18.jpg


         ตราแผ่นดินเป็นรูปจักรหกกลีบ กลางจักร และ ระหว่างกลีบ มีจุดตราประจำรัชกาล เป็นรูปครุฑ ซึ่งมีอยู่สองแบบ คือ ครุฑอกยาวคล้ายครุฑสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และครุฑอกสั้น ลักษณะโดยทั่วไปของเงินพดด้วงเหมือนกับที่ ผลิตในสมัยพระพุทธยอดฟ้า ฯ

[แก้ไข] พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาพ:Poddueng_21.jpg


         มีการผลิตเงินพดด้วงออกมาหลายตรา ในโอกาสต่าง ๆ กัน มีดังต่อไปนี้ ตราประจำรัชกาล เป็นตรามหาปราสาท ลักษณะเป็นปราสาทหลังคายอดแหลม ยอดแหลมอยู่ในกรอบ ใช้กับเงินพดด้วงขนาดหนึ่งบาท หนึ่งสลึง และหนึ่งเฟื้อง

         ตราครุฑเสี้ยว ใช้กับเงินพดด้วงขนาดสิบสลึง

         ตราดอกไม้ ใช้กับเงินพดด้วงขนาด ตั้งแต่หนึ่งบาท จนถึงขนาดหนึ่งไพ

         ตราหัวลูกศร ใช้กับเงินพดด้วง ตั้งแต่ขนาดหนึ่งสลึงลงมา

         ตราใบมะตูม ใช้กับเงินพดด้วงที่ออกมาเป็นที่ระลึก มีขนาดหนึ่งบาท สองสลึง หนึ่งสลึง หนึ่งเฟื้อง สองไพ และหนึ่งไพ

         ตราเฉลว ใช้กับเงินพดด้วงขนาดหนึ่งบาท ไม่มีตราแผ่นดิน

[แก้ไข] พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาพ:Poddueng_19.jpg


ภาพ:Poddueng_20.jpg


         ตราแผ่นดินเหมือนรัชกาลที่ 2 และที่ 3 สำหรับตราประจำพระองค์ ที่ใช้ประทับบนเงินพดด้วงมีดังนี้

         ตราพระมหามงกุฎ รูปร่างคล้ายชฎายอดแหลม ใช้กับเงินพดด้วง ขนาดหนึ่งบาท สองสลึง หนึ่งสลึง หนึ่งเฟื้อง สองไพ และหนึ่งไพ

         ตราพระมหามงกุฎเถา สร้างเป็นที่ระลึงมีหลายขนาดตั้งแต่ 1 ชั่งลงมา มีกึ่งชั่ง สิบบาท สี่บาท และสองบาท

         ตราพระมหามงกุฎทองคำ ใช้กับเงินพดด้วงขนาดหนึ่งบาท สองสลึง หนึ่งสลึง หนึ่งเฟื้อง มีรูปร่างแปลกออกไปจากเงินพดด้วงทั่วไป คือไม่พับขา เรียกว่าทองเม็ดขนุน เงินพดด้วงที่ทำด้วยทองคำ มีราคาสูงกว่าที่ทำด้วยเงินที่มีขนาดเดียวกับ 16เท่า

         ตราพระเต้า ใช้กับเงินพดด้วงขนาด หนึ่งสลึง หนึ่งเฟื้อง สองไพ และหนึ่งไพ ทำด้วยเงินและทองคำ ไม่มีตราแผ่นดินประทับ

[แก้ไข] พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาพ:Poddueng_16.jpg


         มีการผลิตเงินพดด้วงเพียง 2 ครั้ง เพื่อใช้เป็นที่ระลึก ไม่ได้ทำออกใช้ทั่วไป มีตราประทับอยู่ดังนี้

         ตราพระเกี้ยว ไม่ทราบแน่ชัดว่า ทำขึ้นกี่ขนาด ที่พบมีขนาดหนึ่งบาท

         ตราพระเกี้ยวพานรองและช่อรำเพย ทำขึ้นมีขนาด แปดสิบบาท สี่สิบบาท ยี่สิบบาท สิบบาท สี่บาท และสองบาท


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

- หอมรดกไทย

- หอสมุดสยามสแควร์

- UAMULET.COM

 
 
 
   Hosted by kapook.com